Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2012/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีผู้ร้องสลดเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ภายหลังการใช้บรรพนี้แล้วจำเลยยังได้โจทก์เป็นภริยาอีก แต่มิได้จดทะเบียนสมรส ภริยาแต่ละคนของจำเลยมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน แสดงว่าได้แบ่งแยกกันเป็นส่วนสัดแล้ว ทรัพย์สินที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกันหรือทำมาหาได้ร่วมกัน จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีอำนาจเอาไปขายทั้งหมดโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองทรัพย์สินเหล่านี้มา โจทก์จึงมีส่วนได้กึ่งหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา แต่มิได้จดทะเบียนสมรส ทำมาหาได้ทรัพย์ร่วมกันตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้อง โจทก์มีสิทธิในฐานเจ้าของร่วมกึ่งหนึ่งจำเลยที่ ๑ ได้โอนขายทรัพย์อันดับ ๑ และ ๒ ให้จำเลยที่ ๒ โดยไม่สุจริต ฯลฯ ขอให้พิพากษาเบิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ฯลฯ และให้จำเลยที่ ๑ แบ่งทรัพย์อันดับ ๑ ถึง ๑๗ ให้โจทก์กึ่งหนึ่งถ้าแบ่งกันไม่ตกลงก็ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่ง เกี่ยวกับทรัพย์อันดับ ๑ และ ๒ นี้ จำเลยที่ ๑ และ ๒ ให้การว่าเป็นทรัพย์สิน ส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ และได้ขายให้จำเลยที่ ๒ ไปโดยสุจริต และจดทะเบียนสิทธิตามกฎหมาย ทรัพย์อันดับ ๑ และ ๒ นี้

ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน(และกล่าวไว้ด้วยว่า มีปัญหาว่าโจทก์ควรจะได้รับส่วนแบ่งกึ่งหนึ่งหรือ ๑ ใน ๓ เพราะปรากฎว่าโจทก์ยังมีนางเมี้ยนผู้ร้องสอดเป็นกริยาที่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชน์ บรรพ ๕ ซึ่งยังมิได้หย่าร้างกันอยู่ด้วย ทรัพย์ดังกล่าวนี้ในขณะเดียวกัน จึงเป็นสินสมรสระหว่างนางเมี้ยนกับจำเลยที่ ๑ อยู่ด้วย การแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ใช้หลักกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งโดยปกติก็ต้องแบ่งคนละครึ่ง ส่วนการแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ซึ่งแล้วแต่ว่าหญิงชายมีสินเดิมหรือไม่ มิได้ถือหลักกรรมสิทธิ์รวม

ส่วนได้ของนางเมี้ยนผู้ร้องสอดจึงไม่ใช่ฐานะเจ้าของร่วม แต่ได้ในฐานะเป็นสินสมรส โจทก์จึงมีสิทธิได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งจึงเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องสอด ) พิพากษาว่าสัญญาซื้อขายทรัพย์อันดับ ๑ และ ๒ ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ไม่ผูกพันส่วนของโจทก์ โจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับผู้ร้องสอดอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เฉพาะโจทก์ได้ครอบครองทรัพย์อันดับ ๑ และ ๒ โจทก์กับจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของร่วมกันในทรัพย์ ๒ รายการนี้เท่านั้น โจทก์จึงมีส่วนได้อยู่กึ่งหนึ่ง+ทรัพย์อื่นโจทก์มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้เอาทรัพย์อันดับ ๑ และ ๒ ประมูลใน+างกันเอง ถ้าไม่ตกลงกันก็ให้ขายทอดตลาด ได้เงินเท่าใดแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่ง โจทก์และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ทรัพย์อันดับ ๑ เป็นเรือนที่สร้างขึ้น เมื่อโจทก์และจำเลยที่ ๑ +อยู่กินด้วยกัน และโจทก์ได้แยกมาจากนางเมี้ยนภริยาหลวงของจำเลยที่ ๑ แล้วทั้งโจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้อาศัยอยู่ในเรือนนี้ด้วยกัน ฟังได้ว่าเป็นทรัพย์ร่วมกันระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ +กับ ๒ คือ โรงสี ก็ฟังได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันมาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ +ก็ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ มีภริยาถึง ๓ คน คือ นางเมี้ยน นางเทียม และโจทก์ ภริยาทั้งนี้ต่างมีถิ่นที่อยู่คนละตำบล และมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่แต่ละคนมีถิ่นที่อยู่ แสดงว่าได้แบ่งแยก+ส่วนสัดกันมาแล้ว ทรัพย์อันดับ ๑ และ ๒ โจทก์เป็นเจ้าของร่วม จำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจเอา+ทั้งหมด โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ครอบครองทรัพย์อันดับ+ ๒ นี้มา โจทก์จึงมีส่วนได้กึ่งหนึ่งในทรัพย์ ๒ รายการนี้ ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท สุมาวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายถนอม ครูไพ
ศาลศาลอุทธรณ์ - นายธงสิทธิ์ ดวงกนก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้