Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2010/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยซึ่งเอาของโจทก์ไปโดยละเมิดนั้นไม่อยู่ในบังคับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448การเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยเพราะเหตุที่ได้ยึดเอกสารสิทธิและเช็คไปจากโจทก์ (แล้วไม่ยอมคืนจนคดีขาดอายุความ และหมดสิทธิที่จะขอรับเงินจากธนาคาร) นั้นโจทก์จะมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดก็ต่อเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นจริง จึงต้องนับอายุความแต่วันที่เกิดความเสียหายแก่โจทก์ มิใช่นับแต่วันรู้ถึงการกระทำผิดกฎหมาย และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 ได้สั่งให้จำเลยที่ 1 จับกุมโจทก์เพื่อดำเนินคดี โดยโจทก์มิได้กระทำผิดจำเลยที่ 1 โดยเจตนาทุจริต ใช้อำนาจโดยมิชอบ แกล้งจับกุมและหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้เสื่อมเสรีภาพ ได้ขู่เข็ญข่มขืนบังคับเอาเงินจากโจทก์ ได้ยึดพระเครื่อง เช็ค และเอกสารสิทธิต่าง ๆแล้วไม่คืนจนเช็คขาดอายุความ และเกินกำหนดรับเงิน กับไขข่าวอันไม่เป็นความจริงต่อหนังสือพิมพ์ ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและพระเครื่อง กับค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ปฏิเสธความรับผิดและตัดฟ้องว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุมและฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แกล้งจับกุมโจทก์หรือแกล้งกระทำต่อโจทก์เรื่องอื่น

ๆ ตามที่โจทก์อ้าง จำเลยที่ 1 ไม่ได้เอาพระเครื่องของโจทก์ไปและไม่ได้เป็นผู้ให้ข่าวแก่หนังสือพิมพ์ คงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1ได้ยึดเช็คที่ลูกหนี้ออกให้โจทก์ไว้ โจทก์ได้รับความเสียหายสำหรับเช็คเพียงบางฉบับ โดยหมดสิทธินำเช็คไปรับเงินจากธนาคารและหมดสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คในทางแพ่ง แต่อำนาจในการสั่งคืนเช็คเป็นของผู้บังคับการกองปราบปราม จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดส่วนจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 76 คดีไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายสำหรับเช็คบางฉบับดังกล่าว ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรกพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์มีคำขอให้จำเลยคืนเงินที่จำเลยที่ 1 เรียกร้องเอาจากโจทก์และโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ไป รวมอยู่ในคำขอค่าทนทุกข์ทรมาน กับมีคำขอให้จำเลยคืนพระเครื่องหรือใช้ราคา ซึ่งเป็นทรัพย์ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 เอาไปจากโจทก์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว การฟ้องเรียกคืนทรัพย์เช่นนี้ไม่อยู่ในบังคับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายเพราะเหตุที่จำเลยยึดเอกสารสิทธิและเช็คนั้นโจทก์จะมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดก็ต่อเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นจริง จึงต้องนับอายุความแต่วันที่เกิดความเสียหายแก่โจทก์มิใช่นับแต่วันรู้ถึงการกระทำผิดกฎหมาย และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแต่ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์อ้างมาในฟ้องและเอกสารท้ายฟ้องยังไม่พอชี้ขาดว่าโจทก์เสียหายในเรื่องยึดเอกสารสิทธิและเรื่องยึดเช็คตั้งแต่วันใด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาในประเด็นที่ได้โต้เถียงกัน แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้