Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2006/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยให้การว่า สัญญาจำนองเป็นโมฆะเพราะมิได้ ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อโจทก์ผู้รับจำนอง จำเลยมิได้ ให้การต่อสู้ว่า การมอบอำนาจของโจทก์ในการทำสัญญาจำนอง ไม่ถูกต้อง หรือผู้รับมอบอำนาจลงลายมือชื่อในสัญญาจำนอง แทนโจทก์โดยมิได้มีการมอบอำนาจตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องจึงมีผลเท่ากับจำเลยยอมรับตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องว่า การทำสัญญาจำนองโจทก์มอบอำนาจให้ผู้มีชื่อไปจดทะเบียน ในฐานะผู้รับจำนองแทนโจทก์โดยถูกต้องแล้ว โจทก์จึงไม่ต้อง นำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อศาลและในการสืบพยานของโจทก์โจทก์ก็นำผู้รับมอบอำนาจให้ไปจดทะเบียนในฐานะผู้รับจำนอง แทนโจทก์มาเบิกความว่าได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ใน การทำสัญญาจำนองกับจำเลยด้วยแล้ว ทางนำสืบของโจทก์ จึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินจากโจทก์ 2 ครั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2535 จำนวน 25,000,000 บาทครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2535 จำนวน 3,000,000 บาทรวมเป็นเงิน 28,000,000 บาท ตกลงคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ในการทำสัญญากู้เงินรายนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 เข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้และเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 8505 และ 8105ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันแก่โจทก์ ภายหลังจำเลยที่ 1ผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์มีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 37,725,931.50 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ18.5 ต่อปี จากเงินต้น 28,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จหากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้จนครบจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำสัญญากู้เงินและทำสัญญาจำนองไว้แก่โจทก์ สัญญาจำนองเป็นโมฆะเนื่องจากมิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบ โดยมิได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อโจทก์ผู้รับจำนอง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 1 ไม่สืบพยานศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน25,000,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2535 จนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2535 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี

นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2535เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน3,000,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีนับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2535 จนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2535 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2535เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้จำนวนแรกให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้เงินต้น25,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นับแต่วันที่1 เมษายน 2535 จนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2535 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วนและหากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้เงินจำนวนที่ 2 แก่โจทก์ให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1มีว่าโจทก์นำสืบถึงการมอบอำนาจให้ทำสัญญาจำนองขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 หรือไม่ ในข้อนี้จำเลยที่ 1 ให้การว่าสัญญาจำนองเป็นโมฆะเพราะมิได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อโจทก์ผู้รับจำนอง แต่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ในการสืบพยานโจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาจำนองหากโจทก์มอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นตัวแทนทำสัญญาจำนอง โจทก์จะต้องนำพยานเข้าสืบให้ได้ว่าผู้รับมอบอำนาจของโจทก์มีอำนาจทำสัญญาจำนองหรือลงลายมือชื่อในสัญญาจำนองแทนโจทก์โดยมีการมอบอำนาจกันจริง ทางนำสืบของโจทก์มิได้นำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อศาลแต่นำสืบพยานบุคคล จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น

เห็นว่าจำเลยที่ 1 มิได้ให้การต่อสู้ว่า การมอบอำนาจของโจทก์ในการทำสัญญาจำนองไม่ถูกต้อง หรือผู้รับมอบอำนาจลงลายมือชื่อในสัญญาจำนองแทนโจทก์โดยมิได้มีการมอบอำนาจ จึงมีผลเท่ากับจำเลยที่ 1 ยอมรับว่า การทำสัญญาจำนองโจทก์มอบอำนาจให้นายพนิตย์ รุดคง ไปจดทะเบียนในฐานะผู้รับจำนองแทนโจทก์โดยถูกต้องแล้ว โจทก์จึงไม่ต้องนำหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อศาล และในการสืบพยานของโจทก์ โจทก์ก็นำนายพนิตย์ รุดคงมาเบิกความว่าได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ในการทำสัญญาจำนองกับจำเลยที่ 1 ด้วยแล้ว ทางนำสืบของโจทก์หาได้ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 แต่อย่างใดไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียรไท สุนทรนันท · ชวเลิศ โสภณวัต · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้