Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2006/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะสั่งเพิกถอน แก้ไข หรือออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือเพิกถอน แก้ไข เอกสารที่ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือเอกสารที่ได้จดแจ้งรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่เป็นการออกโฉนดคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไข ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ส. กับพวกรวม 4 คนยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นจึงดำเนินคดีอย่างคดีอันมีข้อพิพาทและในคดีดังกล่าวศาลฎีกาวินิจฉัยมีใจความว่า ค. กับพวกได้เข้าครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 เป็นการชั่วคราวและถือวิสาสะ ไม่ใช่เข้าครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ค. กับพวกผู้ครอบครองจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ผู้ร้องซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้และเป็นผู้รับโอนที่ดินดังกล่าวย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน พิพากษาให้ยกคำร้องขอดังนี้ผลแห่งคำพิพากษาคดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์และ ส. กับพวกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่งเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังกล่าวแล้วว่าโฉนดที่ดินออกโดยชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 โดยการครอบครอง ดังนี้โจทก์จึงมิใช่เป็นผู้มีสิทธิหรือประโยชน์ได้เสียในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 และไม่อาจมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นแก่โจทก์เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 81 ตามฟ้องและโฉนดที่ดินเลขที่ 2867 ซึ่งออกตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2533 โจทก์รับโอนการครอบครองที่ดินมือเปล่า 8 แปลง เนื้อที่ 7 ไร่ 19 ตารางวา จากนายคำ มโนสมุทร กับพวก ซึ่งได้ครอบครองติดต่อกันมากว่า 40 ปีต่อมาเดือนกรกฎาคม 2533 โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดที่ดินดังกล่าวเพื่อออกโฉนดที่ดิน ปรากฏว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูนไม่ยอมลงชื่อในโฉนดที่ดินให้โจทก์โดยอ้างว่า ที่ดินของโจทก์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 ของนายสุเจตน์ ชินวัตร์ กับพวก ความจริงมีอยู่ว่า เมื่อวันที่14 พฤศจิกายน 2505 นายอำเภอเมืองลำพูนออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 81 ให้แก่นายเพียงใช้ แซ่นิ้มซึ่งไม่ได้ครอบครองที่ดินและถึงแก่ความตายไปแล้ว อันตกเป็นโมฆะนายรักษ์

นิมากร รับโอนที่ดินดังกล่าวทางมรดกแล้วโอนขายสินค้าตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับดังกล่าวให้นายสุเจตน์กับพวกวันที่ 14 สิงหาคม 2512 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูนออกโฉนดที่ดินเลขที่ 2867 ให้แก่นายสุเจตน์กับพวกโดยไม่มีอำนาจขอให้บังคับจำเลยทั้งสองมีคำสั่งให้เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 2867 และหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 81 โดยให้จำเลยทั้งสองสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูนจดทะเบียนเพิกถอนโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวจากสารบบที่ดิน หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงินเท่ากับอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 97,600 บาท

อันเป็นราคาประเมินตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะเพิกถอนโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากสารบบที่ดินจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นกรมในรัฐบาลมิได้เป็นอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 โจทก์ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในที่ดินนี้ เพราะโจทก์เคยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวซึ่งนายสุเจตน์กับพวกคัดค้าน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่านายคำกับพวกเข้าครอบครองที่พิพาทเป็นการชั่วคราวและถือวิสาสะไม่ใช่เข้าครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ผู้ครอบครองจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ ผู้ร้อง (โจทก์ในคดีนี้) เป็นผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนผู้ร้องจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ ให้ยกคำร้องปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 509/2534 ของศาลชั้นต้นโดยเฉพาะหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 81 และโฉนดที่ดินเลขที่ 2867 ออกก่อนโจทก์จะเข้าสวมสิทธิจึงไม่กระทบกระเทือนสิทธิของโจทก์ สิทธิของโจทก์ไม่ถูกโต้แย้ง ทั้งโจทก์ไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล เหตุที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 81ออกในนามนายเพียงใช้ เพราะนายเพียงใช้เป็นผู้แจ้งการครอบครองที่ดิน

เมื่อนายเพียงใช้ตายและนายรักษ์ขอรับมรดกที่ดินตาม ส.ค.1 พร้อมขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต้องมีการประกาศหาผู้คัดค้านและทำการไต่สวนให้ได้ความว่านายรักษ์มีสิทธิรับมรดก เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ไปแล้วการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต้องออกในนามของนายเพียงใช้แล้วแจ้งว่านายรักษ์รับโอนทางมรดก ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการสำหรับการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 2867ก็ปฏิบัติทำนองเดียวกัน การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 81 และโฉนดที่ดินเลขที่ 2867 ชอบด้วยกฎหมายไม่มีเหตุที่จำเลยทั้งสองจะต้องสั่งเพิกถอนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ให้งดชี้สองสถานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิฟ้องหรือประโยชน์ได้เสียในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 ตามฟ้องอันทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 การที่จะสั่งเพิกถอนแก้ไข หรือออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือเพิกถอน แก้ไขเอกสารที่ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือเอกสารที่ได้จดแจ้งรายการทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่เป็นการออกโฉนดคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไข แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867ดังกล่าวโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ซึ่งนายสุเจนน์ ชินวัตร์ กับพวกรวม 4 คน ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นจึงดำเนินคดีอย่างคดีอันมีข้อพิพาทตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 509/2534 ของศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัยมีใจความว่า นายคำกับพวกได้เข้าครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 เป็นการชั่วคราวและถือวิสาสะ ไม่ใช่เข้าครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ นายคำกับพวกผู้ครอบครองจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้ร้อง(โจทก์คดีนี้) เป็นผู้รับโอนที่ดินดังกล่าวย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำร้องขอ ผลแห่งคำพิพากษาคดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์และนายสมเจตน์กับพวก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่งเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังกล่าวแล้วว่าโฉนดที่ดินออกโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 โดยการครอบครองโจทก์จึงมิใช่เป็นผู้มีสิทธิหรือประโยชน์ได้เสียในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867 ไม่อาจมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นแก่โจทก์เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2867ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 81 และโฉนดที่ดินเลขที่ 2867 ซึ่งออกตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวตามฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · อุดม มั่งมีดี · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้