Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2006/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้แล้วเห็นว่าเป็นฟ้องซ้ำ จึงเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้รับฟ้องเป็นไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ เมื่อโจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดียังไม่เป็นการถูกต้อง ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ได้ ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีก่อน โจทก์จำเลยได้ตกลงกันถึงเขตที่ดินราชพัสดุที่โจทก์จำเลยเช่าและเรื่องหลังคาเรือนจำเลยว่าไม่รุกล้ำเข้าไปในส่วนที่โจทก์เช่า คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 โจทก์จะกล่าวอ้างในคดีนี้อีกว่าจำเลยทำหลังคารุกล้ำเข้าไปในที่ดินราชพัสดุที่โจทก์เช่า ซึ่งเป็นการกระทำก่อนมีการฟ้องคดีก่อนย่อมเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามมาตรา 148 เมื่อโจทก์ยื่นคำฟ้องแล้ว ไม่ว่าศาลจะสั่งคำฟ้องประการใดจำเลยย่อมเป็นคู่ความ และในกรณีที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง แม้จำเลยจะไม่อุทธรณ์ จำเลยก็มีสิทธิแก้อุทธรณ์ได้มิใช่เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลูกเรือนสองชั้นโดยทำหลังคารุกล้ำเข้าไปในที่ดินราชพัสดุซึ่งโจทก์มีสิทธิการเช่า ขอให้พิพากษาให้จำเลยรื้อหลังคาของจำเลยให้พ้นสิทธิการเช่าของโจทก์

จำเลยให้การว่า ชายคาของเรือนจำเลยไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในเขตที่เช่าของโจทก์ จำเลยเคยฟ้องขับไล่โจทก์ คดีถึงที่สุดโดยโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าให้ถือเอาชายคาน้ำตกของเรือนจำเลยเป็นแนวเขต ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถานศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ จึงให้งดชี้สองสถานเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้รับฟ้องเป็นไม่รับฟ้อง ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้ำ แต่ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดียังไม่เป็นการถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่าฟ้องของโจทก์ยังไม่อยู่ในฐานะที่ศาลอุทธรณ์จะรับพิจารณาหรือพิพากษายกฟ้อง ควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องหรือสั่งไม่รับฟ้องเสียก่อน แต่ศาลอุทธรณ์กลับพิพากษายกฟ้องโจทก์ฝ่ายเดียวไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นมาและศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องเสียได้ ที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่าฟ้องของโจทก์ไม่ต้องห้ามตามกฎหมายนั้น เห็นว่า ในคดีก่อนจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญา ปรากฏว่าในคำฟ้องคำให้การและฟ้องแย้งในคดีก่อนก็มีปัญหาโต้เถียงกันเรื่องเขตที่ราชพัสดุที่โจทก์มีสิทธิเช่าอยู่ด้วย และโจทก์ (จำเลยในคดีก่อน)

ก็กล่าวไว้ในคำให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลย (โจทก์ในคดีก่อน) ได้เปลี่ยนแปลงต่อเติมเรือนชั้นเดียว (เลขที่ ๖๕๑) เป็นเรือนสองชั้นซึ่งปรากฏอยู่ในขณะยื่นคำให้การและฟ้องแย้งเท่านั้น มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยทำหลังคารุกล้ำเข้าไปในที่ราชพัสดุส่วนที่โจทก์เช่า ในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์จำเลยได้เจรจาตกลงกันถึงเขตที่ดินราชพัสดุที่โจทก์จำเลยเช่าและเรื่องหลังคาเรือนจำเลยได้ยุติแล้วว่าไม่รุกล้ำเข้าไปในส่วนที่โจทก์เช่า คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันโจทก์จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ มาบัดนี้โจทก์จะกล่าวอ้างขึ้นอีกว่า เมื่อกลางเดือนสิงหาคม ๒๕๒๓ จำเลยได้รื้อเรือนเลขที่ ๖๕๑ ทำเป็นเรือนสองชั้นโดยทำหลังคารุกล้ำเข้าไปในที่ดินราชพัสดุที่โจทก์เช่า ซึ่งเป็นการกระทำก่อนจำเลยคดีนี้ยื่นฟ้องเป็นคดีก่อน (วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๒๓)

เช่นนี้ ย่อมเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ที่โจทก์ฎีกาเป็นข้อสุดท้ายว่า ศาลชั้นต้นยังมิได้รับฟ้องของโจทก์และจำเลยก็มิได้อุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์ฝ่ายเดียว เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์ ไม่ควรให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลยนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์ยื่นฟ้องแล้ว ไม่ว่าศาลจะสั่งคำฟ้องประการใดจำเลยย่อมเป็นคู่ความ ในกรณีที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลแม้จำเลยจะไม่อุทธรณ์ด้วย จำเลยก็มีสิทธิแก้อุทธรณ์ได้ มิใช่เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลยจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรง แจ่มสุธี · พินิจ สังขนันท์ · ประเทือง วรรณพงษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปากพนัง - ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ รอดเจริญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้