Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 20027)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ใช้มีดบังตอ ตัวมีดยาว 8 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว ฟันโจทก์ที่ 2 โดยจะฟันที่ศีรษะซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย โจทก์ที่2 ยกมือรับไว้ได้รับบาดแผลที่มือขวาบริเวณระหว่างง่ามนิ้วชี้กับนิ้วกลางด้านหน้าขนาด 1X5 เซนติเมตร ด้านหลังขนาด 1X4เซนติเมตรแสดงว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันโดยแรงและจำเลยที่ 2 ยังเงื้อมีดขึ้นใหม่ฟันซ้ำอีก พอดีมีผู้อื่นไปห้ามกระชากโจทก์ที่ 2 ออกไปคงถูกคมมีดเฉี่ยวที่สะโพก ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันโดยมีเจตนาฆ่าโจทก์ที่ 2 แล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยสำนวนแรกผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนหลังขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วย โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องใจความว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 แล้วใช้ไม้ตีโจทก์ที่ 1 จนได้รับอันตรายแก่กายและใช้มีดปังตอฟันทำร้ายร่างกายโจทก์ที่2 โดยเจตนาฆ่าแต่โจทก์ที่ 2 ไม่ตายคงได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 297, 295, 364, 365, 80, 83,84, 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องสำหรับคดีสำนวนที่สองแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูลทุกข้อหา จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 364 ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365, 288, 80 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 และมาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามลำดับ โดยให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี ปรับ 2,000 บาท และให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับโทษจำคุกมาก่อนให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 56 คำขออื่นให้ยก โจทก์ทั้งสองสำนวนและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันและฟังยุติตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองว่าจำเลยที่ 2 เป็นภรรยาจำเลยที่ 1 ส่วนโจทก์ที่ 2 เป็นภรรยาโจทก์ที่ 1 บ้านเรือนของทั้งสองฝ่ายตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 20 เมตร เมื่อปี 2525 ทั้งสองฝ่ายพิพาทฟ้องร้องกันเรื่องที่ดินปลูกบัวจึงไม่ถูกกันตลอดมาวันที่ 18 มีนาคม 2528 เวลา 18 นาฬิกา จำเลยที่ 1 มาที่บริเวณบ้านโจทก์ที่ 1 ที่ 2 แล้วหาว่าโจทก์ที่ 2 ลักไก่ของฝ่ายจำเลย โจทก์ที่ 2 ปฏิเสธเกิดการโต้เถียงกันจำเลยที่ 1 เข้ามาตบโจทก์ที่ 2ซึ่งอยู่ที่หัวบันไดบ้าน โจทก์ที่ 2 จึงใช้ไม้ตีจำเลยที่ 1แต่ไม้หลุดมือจึงถูกจำเลยที่ 1 บีบคอโจทก์ที่ 2 ได้ร้องขอความช่วยเหลือ โจทก์ที่ 1 จึงลงจากบ้านมาห้ามให้เลิกกันก็ถูกจำเลยที่ 1 ถีบล้มลงและใช้ไม้ตีได้รับบาดเจ็บ

ระหว่างนี้เองจำเลยที่ 2 ถือมีดลงจากบ้านมายังบริเวณที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นปรากฏว่าโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดแผลที่มือขวาด้านหน้าขนาด 1 X 5เซนติเมตร ด้านหลังขนาด 1 X 4 เซนติเมตร บริเวณง่ามระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง กับได้รับบาดแผลที่สะโพกขวาภายหลังที่แผลหายแล้วศาลได้ตรวจดูและบันทึกไว้ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 สิงหาคม 2529 ว่ามีแผลเป็นยาวประมาณ 3 นิ้ว ตรงง่ามระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางทั้งหน้ามือและหลังมือขวากับปรากฏว่าที่สะโพกขวามีรอยแผลเป็นยาวประมาณ 2 นิ้วครึ่ง ภายหลังเกิดเหตุโจทก์ที่ 1 ได้นำความไปแจ้งต่อร้อยตำรวจโทอรุณ แตงนาราพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครสวรรค์ในวันเกิดเหตุว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันโจทก์ที่ 2 ร้อยตำรวจโทอรุณจึงดำเนินคดีกับจำเลยที่ 2 ในชั้นจับกุมจำเลยที่ 2 มอบมีดทำครัวตามภาพวาดเอกสารหมาย

จ.2 ซึ่งอ้างว่าเป็นมีดที่ถือไปในวันเกิดเหตุให้ร้อยตำรวจโทอรุณยึดไว้ดำเนินคดีซึ่งโจทก์ที่ 2นายชด สมบูรณ์และนางจำรัส สมบูรณ์พยานรู้เห็นตรวจดูแล้วยืนยันว่า ไม่ใช่มีดที่จำเลยที่ 2 ถือมาในวันเกิดเหตุ มีดที่จำเลยที่ 2 ถือมาในวันนั้นเป็นมีดปังตอตามภาพวาดเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งเป็นมีดที่มีตัวมีดยาวถึง 8 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว มีด้ามมีปัญหาว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันโจทก์ที่ 2 โดยเจตนาฆ่าหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วฝ่ายโจทก์มีนายชด นางจำรัสสองสามีภรรยาซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเบิกความสอดคล้องกับโจทก์ที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันโจทก์ที่ 2 พยานทั้งสองไม่มีสาเหตุที่จะแกล้งเบิกความให้จำเลยที่ 2 ต้องรับโทษทั้งร้อยตำรวจโทอรุณพนักงานสอบสวนเบิกความรับรองว่าหลังเกิดเหตุโจทก์ที่ 1 และนายชดนำความไปแจ้งเช่นนั้น

พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนัก ที่จำเลยที่ 2 นำสืบว่าบาดแผลที่โจทก์ที่ 2 ได้รับเกิดจากมีดที่นางจำรัสส่งให้เห็นว่าในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.7 จำเลยที่2 มิได้ให้การเช่นนั้นข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันทำร้ายโจทก์ที่ 2 ดังที่โจทก์ฟ้อง เมื่อโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดแผลที่มือขวาจึงเชื่อว่าจำเลยที่ 2 เจตนาฟันศีรษะโจทก์ที่2 จึงเอามือรับไว้ดังที่โจทก์นำสืบ เมื่อได้ความว่าบาดแผลดังกล่าวด้านหน้าขนาด 1 X 5 เซนติเมตร ด้านหลังขนาด 1 X 4 เซนติเมตรบริเวณง่ามระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางจึงแสดงว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันโจทก์ที่ 2 โดยแรงและเชื่อว่ามีดที่จำเลยที่ 2 ใช้ฟันเป็นมีดปังตอที่มีตัวมีดยาว 8 นิ้ว

กว้าง 4 นิ้ว ดังที่โจทก์ที่2 นายชดและนางจำรัสพยานโจทก์ยืนยันเพราะมิฉะนั้นคงไม่เกิดบาดแผลร้ายแรงเช่นนั้น การที่จำเลยที่ 2 เจตนาใช้มีดปังตอซึ่งเป็นมีดขนาดใหญ่ฟันศีรษะซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกายโดยแรงและยังเงื้อมีดขึ้นใหม่แล้วฟันซ้ำ ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันโดยมีเจตนาฆ่าโจทก์ที่ 2 ดังที่โจทก์ฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้