คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากสามีภริยากับจำเลยกับขอแบ่งสินสมรส ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จำเลยได้เป็นสามีภริยากันภายหลังประกาศใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๕ และมิได้จดทะเบียนสมรส จึงไม่ใช่สามีภริยากันตามกฎหมาย จึงไม่ต้องวินิจฉัยเรื่องหย่าและไม่ต้องวินิจฉัยเรื่องสินสมรส จึงพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ขอแบ่งทรัพย์ได้ ศาลฎีกา เห็นว่า แม้โจทก์จำเลยจะมีฐานะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ทรัพย์ที่โจทก์จำเลยหาได้ร่วมกันมาก็อยู่ในเกณฑ์เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่นั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอแบ่งส่วนของโจทก์ได้ การฟ้องขอแบ่งทรัพย์นั้น ถึงหากจะเรียกชื่อทรัพย์ไม่ถูกต้องกับถ้อยคำในกฎหมาย กล่าวคือ โจทก์เรียกเป็นสินสมรสไปเสียก็ดี จะถือเป็นเหตุยกฟ้องเสียทีเดียวยังไม่ชอบ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๗๙/๒๔๙๒
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในเรื่องทรัพย์ที่โจทก์ขอแบ่ง แล้วพิพากษาใหม่