Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนที่จำเลยที่2ฟ้องจำเลยที่1ไม่ผูกพันโจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกแต่การที่โจทก์ขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์โดยห้ามมิให้จำเลยที่1โอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทให้แก่จำเลยที่2ตามคำพิพากษาในคดีก่อนย่อมมีผลเป็นการให้งดการบังคับคดีในคดีก่อนซึ่งคดีได้ถึงที่สุดแล้วจำเลยที่2ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้หากจำเลยที่2บังคับคดีให้เป็นที่เสียหายแก่โจทก์อย่างไรก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่2ต่อไปโจทก์ไม่มีสิทธิยื่นขอใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาเพื่อให้มีผลห้ามมิให้จำเลยที่2ดำเนินการบังคับคดีในคดีดังกล่าว โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อขายที่ดินฉบับพิพาทที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยที่1กับจำเลยที่2หากจำเลยที่2บังคับคดีในคดีก่อนรับโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทจากจำเลยที่1แล้วโอนต่อไปยังบุคคลภายนอกอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้โจทก์จึงมีสิทธิขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์โดยห้ามมิให้จำเลยที่2โอนที่ดินดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นได้แม้โจทก์จะเป็นสามีของจำเลยที่1ซึ่งมีสิทธิขอกันส่วนของโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา287ก็ตามแต่ก็ไม่มีบทกฎหมายใดบังคับให้โจทก์จำต้องใช้สิทธิขอกันส่วนแต่อย่างเดียว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้เพิกถอนหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 69 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เพราะที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นสินสมรสของโจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไปทำสัญญาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นโจทก์ยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 จำเลยที่ 2 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1085/2533 ของศาลชั้นต้น ซึ่งได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 69 ให้แก่จำเลยที่ 2 ตามสัญญาจะซื้อขายฉบับลงวันที่ 15 มีนาคม 2533 หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1และขณะนี้จำเลยที่ 2 ได้ดำเนินการบังคับคดีเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว แล้วจะนำเอาที่ดินพิพาทไปจำหน่ายจ่ายโอนหรือขายให้บุคคลอื่น ซึ่งหากจำเลยที่ 2 นำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่บุคคลอื่นแล้ว

จะทำให้โจทก์เสียหาย เพราะโจทก์จะไม่สามารถบังคับตามคำพิพากษาในคดีนี้ ฉะนั้นเพื่อให้โจทก์ได้รับความคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาจึงขอให้ไต่สวน แล้วมีคำสั่งห้ามหรือระงับมิให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำนิติกรรมโอนที่ดินน.ส.3 ก. เลขที่ 69 ให้แก่กันและห้ามหรือระงับมิให้จำเลยที่ 2จำหน่าย จ่าย โอนหรือขายที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลอื่นในกรณีที่จำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทแล้วกับขอให้มีคำสั่งถึงนายอำเภอแก่งคอย หรือเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอแก่งคอยเพื่อให้ปฏิบัติตามนี้ด้วยจำเลย ที่ 1 ไม่ คัดค้านจำเลยที่ 2 คัดค้านว่า การที่จำเลยที่ 1 จะต้องโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 นั้น เป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1085/2533 ของศาลชั้นต้น

มิใช่เป็นการดำเนินการโอนขาย หรือจำหน่ายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1มีเจตนาจะประวิงหรือขัดขวางต่อการบังคับคดีตามคำบังคับซึ่งอาจจะออกบังคับเอาแก่จำเลยที่ 1 หรือเพื่อจะฉ้อโกงแต่อย่างใดจำเลยที่ 2 มีสิทธิในการบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 เนื่องจากคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1085/2533 ของศาลชั้นต้นได้ถึงที่สุดแล้ว และการบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 ดังกล่าวก็ไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบและเสียหายแต่อย่างใด เพราะหากโจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ย่อมมีสิทธิร้องขอกันส่วนในที่ดินพิพาทแปลงดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 ทั้งโจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์หรือให้ใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์โจทก์จึงไม่อาจร้องขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทให้แก่

จำเลยที่ 2 หรือห้ามมิให้จำเลยที่ 2จำหน่าย จ่าย โอนหรือขายที่ดินพิพาทเพราะเป็นการขอให้คุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวนอกคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254และ 264 ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คำร้องของโจทก์มีเหตุเพียงพอและจำเป็นที่จะคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา จึงมีคำสั่งห้ามการโอน การขายที่ดินพิพาทจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นจำเลย ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาจำเลย ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกมีว่า โจทก์มีสิทธิขอใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาห้ามมิให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว แม้คดีที่จำเลยที่ 2 ฟ้องจำเลยที่ 1 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1085/2533ของศาลชั้นต้นจะไม่ผูกพันโจทก์ในคดีนี้ แต่การที่โจทก์ขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์โดยห้ามมิให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ย่อมมีผลเป็นการให้งดการบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1085/2533 ซึ่งคดีดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ หากจำเลยที่ 2 บังคับคดีให้เป็นที่เสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีอย่างไรก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ต่อไป โจทก์หามีสิทธิมายื่นขอใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาเพื่อให้มีผลห้ามมิให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการบังคับคดีในคดีดังกล่าวไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยที่ 1โอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังขึ้นปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการต่อไปมีว่า โจทก์มีสิทธิขอให้ห้ามจำเลยที่ 2 มิให้โอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทให้แก่บุคคลอื่นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อขายที่ดินฉบับพิพาทที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 หากจำเลยที่ 2 บังคับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1085/2533 ของศาลชั้นต้นรับโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทจากจำเลยที่ 1แล้วโอนต่อไปยังบุคคลภายนอก อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ โดยห้ามมิให้จำเลยที่ 2 โอนที่ดินดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นได้ และตามข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางไต่สวนเห็นว่ามีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองตามที่โจทก์ขอนั้นมาใช้ได้

ส่วนที่จำเลยที่ 2ฎีกาว่า โจทก์สามารถยื่นคำร้องขอกันส่วนในที่ดินพิพาทได้นั้นเห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นสามีของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีสิทธิขอกันส่วนของโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ก็ตามแต่ก็หามีบทกฎหมายใดบังคับให้โจทก์จำต้องใช้สิทธิขอกันส่วนแต่อย่างใดไม่ โจทก์จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาได้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามนั้นยังไม่ชัดเจนสมควรแก้ไขเสียให้ชัดแจ้งพิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายฉบับพิพาทมาจากจำเลยที่ 1 แล้ว ห้ามมิให้จำเลยที่ 2โอนที่ดินดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้