Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์อายุ 16 ปี ว่าคู่รักต้องการพบผู้เยาว์หลงเชื่อตามจำเลยไปแล้วถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเรากับหน่วงเหนี่ยวกักขัง โจทก์และภริยาเป็นบิดามารดาของผู้เยาว์รับขมาด้วยเงิน 2,000 บาทโดยยังไม่ได้ตกลงกันเกี่ยวกับความผิดในทางอาญาและยอมรับขมาเพื่อให้ได้ตัวผู้เสียหายกลับคืนมาและเพื่อล้างอายกับเข้าใจว่าบุตรของตนตามเขาไปดังนี้ เป็นเรื่องตกลงกันในทางแพ่ง ไม่เกี่ยวกับความผิดในทางอาญา จึงถือไม่ได้ว่ามีการยอมความกันถูกต้องตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์ว่า คู่รักของผู้เยาว์มาคอยพบจะถือว่าผู้เยาว์เต็มใจไปกับจำเลยหาได้ไม่ จำเลยหลอกลวงพาผู้เยาว์ไปบังคับขู่เข็ญกระทำชำเรา มิใช่พาไปในฐานชู้สาว จึงเป็นการพรากไปเพื่อการอนาจาร พรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจผิดตามมาตรา 318 วรรคท้าย เป็นบทหนักกว่ามาตรา 319 ซึ่งศาลอุทธรณ์ปรับมา แต่โจทก์มิได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาจะพิพากษาให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยมิได้

คำฟ้องและคำให้การ

นายเติม บุญปกครอง บิดาและผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวสมใจบุญปกครอง ผู้เยาว์ซึ่งมีอายุ 16 ปี ฟ้องว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงพานางสาวสมใจออกจากบ้านไปกับจำเลย และบังอาจใช้มีดขู่เข็ญและข่มขืนกระทำชำเรานางสาวสมใจกับหน่วงเหนี่ยวกักขังนางสาวสมใจไม่ให้ออกจากบริเวณบ้านเป็นเวลา 6 วัน 6 คืน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 284, 309, 310 และ 318ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูลและสั่งประทับฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่า คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้หลอกลวงพานางสาวสมใจไปแล้วขู่เข็ญกระทำชำเรา และเห็นว่าการที่จำเลยพานางสาวสมใจไปอยู่ที่อื่นชั่วระยะเวลาหนึ่ง จะถือว่าเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพและพรากผู้เยาว์ยังไม่ได้

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 310 วรรคแรก และ 319 แต่ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตาม3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุก 3 ปีจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาและยื่นคำแถลงการณ์ว่า จำเลยได้ให้ผู้ใหญ่ไปขอขมา และบิดามารดาของนางสาวสมใจก็ยอมรับขมาโดยยอมรับเงิน 2,000 บาทแล้ว ถือได้ว่าได้ยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) แล้ว สิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องร้องย่อมระงับไป

ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะโจทก์และภริยาซึ่งเป็นบิดามารดาของนางสาวสมใจรับขมานั้น โจทก์และภริยายังไม่ทราบว่าจำเลยได้หลอกลวงพาเอานางสาวสมใจไป แล้วใช้มีดปลายแหลมบังคับขู่เข็ญกระทำชำเราอันเป็นผิดในทางอาญาแต่อย่างใด ทั้งในการขอขมาก็ไม่ได้พูดตกลงกันเกี่ยวกับความผิดในทางอาญาแต่อย่างใด โจทก์เบิกความรับรองว่ายอมรับขมาเพื่อให้ได้ตัวนางสาวสมใจกลับคืนมา และเพื่อล้างอาย โจทก์เข้าใจว่าบุตรของตนตามเขาไป จึงเห็นว่า การยอมรับขมานั้นเป็นเรื่องตกลงกันในทางแพ่ง ไม่เกี่ยวกับความผิดในทางอาญาเพราะขณะยอมรับขมาบิดามารดาของนางสาวสมใจยังไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับคดีอาญาที่เกิดขึ้น จึงยังถือไม่ได้ว่าได้มีการยอมความกันถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)จำเลยยื่นคำแถลงว่า จำเลยไม่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319เพราะการพรากผู้เยาว์ไปอันเป็นผิดมาตรา 319 นั้น จะต้องพรากเอาไปเพื่อการค้ากำไรหรือเพื่อการอนาจาร

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยหลอกลวงพาเอานางสาวสมใจไปบังคับขู่เข็ญกระทำชำเรามิใช่พาไปในฐานชู้สาวจึงเป็นการพาไปเพื่อการอนาจาร อย่างไรก็ดีการที่จำเลยหลอกลวงว่านายประนอมคู่รักของนางสาวสมใจมาคอยพบ นางสาวสมใจได้ลงเรือไปกับจำเลยนั้น จะถือว่านางสาวสมใจไปกับจำเลยด้วยความเต็มใจหาได้ไม่ เพราะนางสาวสมใจมิได้เต็มใจไปกับจำเลย หากแต่หลงเชื่อคำหลอกลวง จึงได้ยอมไปกับจำเลย ถ้าจำเลยไม่หลอกลวงนางสาวสมใจ นางสาวสมใจก็คงไม่ยอมไปด้วยแน่นอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นเรื่องพรากผู้เยาว์ซึ่งมีอายุไม่เกิน 18 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคท้าย เป็นบทหนักกว่ามาตรา 319 แต่โจทก์มิได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาจะพิพากษาให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยมิได้จึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พร สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้