Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การใช้นามปากกาแทนชื่อจริง บุคคลทั่วไปจะรู้จักแต่นามปากกาไม่สามารถรู้ชื่อจริงได้ แม้จะเป็นบุคคลหรือเจ้าพนักงานตำรวจในท้องที่นั้นก็ตาม เพราะการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจในท้องที่นั้นไม่ได้ทำให้เกิดความรู้ขึ้นมา ได้ว่านามปากกาใดเป็นของผู้ใด คำเบิกความของ พันตำรวจโท อ. ไม่ได้แสดงเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่าตนรู้ได้อย่างไรว่าจำเลยที่ 2 ใช้นามปากกาว่าคมแฝกพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนัก คดีรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้เขียนคอลัมน์สังคมบ้านเรา ในหนังสือพิมพ์บ.โดยใช้นามปากกาว่าคมแฝก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์บำรุงราษฎร์ จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการบริหารและเป็นนักเขียนของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวโดยใช้นามปากกาว่าคมแฝก จำเลยทั้งสองร่วมกันเขียนและตีพิมพ์ข้อความใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ต่อประชาชนโดยทั่วไป ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ประกอบมาตรา 83จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 20,000 บาท จำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน

โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 และให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้เขียนคอลัมน์ สังคมบ้านเรา ในหนังสือพิมพ์บำรุงราษฎร์ ฉบับวันที่ 1 ถึง 16 ตุลาคม 2536 โดยใช้นามปากกาว่าคมแฝกหรือไม่ พยานโจทก์ซึ่งเบิกความว่าผู้ที่ใช้นามปากกาว่าคมแฝกคือจำเลยที่ 2 มี 3 ปาก คือโจทก์ร้อยตำรวจเอกสมาน ตุรงค์เรือง และพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ สุวรรณพานิช โดยโจทก์เบิกความว่าหลังจากมีการลงข่าวในเอกสารหมาย จ.1 แล้ว พันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ได้เรียกประชุมนายตำรวจฝ่ายสอบสวนทั้งหมด พันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ถามพันตำรวจโทบรรพตว่าใครเป็นคนเขียนคอลัมน์ สังคมบ้านเรา พันตำรวจโทบรรพตตอบว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนเขียน และโจทก์ทราบจากนักข่าวทั่วไปในจังหวัดปราจีนบุรีว่าผู้ที่ใช้นามปากกาว่าคมแฝกคือจำเลยที่ 2 ร้อยตำรวจเอกสมาน

เบิกความว่า ในการประชุมพันตำรวจโทบรรพตยอมรับต่อพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ว่าเป็นผู้ให้จำเลยที่ 2 เขียนข้อความดังกล่าวลงในเอกสารหมาย จ.1 วงการผู้สื่อข่าวในจังหวัดปราจีนบุรีทราบว่าจำเลยที่ 2 ใช้นามปากกาว่าคมแฝกและพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ เบิกความว่า พยานรู้จักจำเลยที่ 2 เป็นอย่างดี จำเลยที่ 2 ใช้นามปากกาว่าคมแฝก เนื่องจากพยานเป็นเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่เห็นได้ว่าคำเบิกความของโจทก์และร้อยตำรวจเอกสมานถึงคำพูดของพันตำรวจโทบรรพตที่พูดต่อพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ ไม่ตรงกัน ส่วนพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ซึ่งเป็นคนที่พยานทั้งสองอ้างว่าพันตำรวจโทบรรพตพูดด้วยกลับไม่ได้เบิกความถึงเรื่องนี้คำเบิกความของโจทก์และร้อยตำรวจเอกสมานจึงมีน้ำหนักน้อย

เมื่อจำเลยนำพันตำรวจโทบรรพตมาเบิกความหักล้างว่าพยานไม่เคยนำข่าวดังกล่าวไปบอกแก่ผู้สื่อข่าว พยานไม่รู้จักว่าผู้ที่ใช้นามปากกาว่าคมแฝกคือผู้ใด โจทก์ไม่ได้ถามค้านพันตำรวจโทบรรพตถึงเรื่องที่พันตำรวจโทบรรพตบอกพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ในที่ประชุมนายตำรวจฝ่ายสอบสวนตามข้ออ้างของโจทก์และร้อยตำรวจเอกสมาน ข้ออ้างของโจทก์ในเรื่องนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ ส่วนที่โจทก์เบิกความว่า โจทก์ทราบจากนักข่าวทั่วไปในจังหวัดปราจีนบุรีว่าผู้ที่ใช้นามปากกาว่าคมแฝก คือจำเลยที่ 2 และร้อยตำรวจเอกสมานเบิกความว่า วงการผู้สื่อข่าวในจังหวัดปราจีนบุรีทราบว่าจำเลยที่ 2 ใช้นามปากกาว่าคมแฝกเป็นคำกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยเพราะนอกจากโจทก์จะไม่นำตัวนักข่าวที่ให้ข่าวแก่โจทก์มาเบิกความแล้ว

โจทก์ยังไม่ระบุตัวผู้ที่ให้ข่าวดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย ทั้งร้อยตำรวจเอกสมานก็ไม่ใช่ผู้สื่อข่าวและไม่ปรากฏว่าร้อยตำรวจเอกสมาน ทราบว่าจำเลยที่ 2ใช้นามปากกาว่าคมแฝกได้อย่างไร คำเบิกความของโจทก์และร้อยตำรวจเอกสมานจึงไม่มีน้ำหนัก และที่พันตำรวจโทอิทธิศักดิ์เบิกความว่า พยานรู้จักจำเลยที่ 2 เป็นอย่างดี และเนื่องจากพยานเป็นเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่จึงทราบว่าจำเลยที่ 2 ใช้นามปากกาว่าคมแฝกนั้น เห็นว่า การใช้นามปากกาแทนชื่อจริง บุคคลทั่วไปจะรู้จักแต่นามปากกาไม่สามารถรู้ชื่อจริงได้ แม้จะเป็นบุคคลในท้องที่นั้นหรือเจ้าพนักงานตำรวจในท้องที่นั้นก็ตาม การเป็นเจ้าพนักงานตำรวจในท้องที่นั้นไม่ได้ทำให้เกิดความรู้ขึ้นมาได้ว่านามปากกาใดเป็นของผู้ใด

คำเบิกความของพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์ไม่ได้แสดงเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่าพันตำรวจโทอิทธิศักดิ์รู้ได้อย่างไรว่าจำเลยที่ 2 ใช้นามปากกาว่าคมแฝก จึงไม่มีน้ำหนักเช่นกัน พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้เขียนคอลัมน์ สังคมบ้านเรา ในหนังสือพิมพ์บำรุงราษฎร์โดยใช้นามปากกาว่าคมแฝก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เต้พันธ์ · อร่าม หุตางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้