Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1992/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันเมื่อโจทก์และภริยาโจทก์แพ้คดีจำเลยในคดีก่อนโดยคดีถึงที่สุด ชั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงินที่ภริยาโจทก์ชำระให้ในคดีนั้นเป็นเงินที่ภริยาโจทก์ส่งเสียให้แก่จำเลยระหว่างต้องคดีฐานกบฎด้วยความกตัญญูมิได้มีการซื้อขายกันโดยสุจริต ดังนี้โจทก์จะมาฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่เรียกเงินจำนวนนั้นคืน โดยอ้างว่าโจทก์ชำระไปโดยเจตนาเป็นสินจ้างตอบแทนในการซื้อขายกัน ซึ่งถ้าไม่มีการตกลงซื้อขายกันโจทก์ก็ไม่ชำระให้แก่จำเลยเช่นว่านี้ไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำต้องห้าม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้อนุสนธิมาจากคดีแพ่งดำที่ 163/2484 แดงที่ 184/2492 ซึ่งจำเลยได้ฟ้องโจทก์กับภริยาผู้เป็นบุตรีของจำเลย ให้โจทก์และภริยาส่งสังหาริมทรัพย์กับที่ดิน 3 แปลงอ้างว่าระหว่างจำเลยถูกคุมขังฐานกบถนั้นมีเหตุอันควรเชื่อว่ารัฐบาลจะริบทรัพย์จำเลยจึงได้ฝากสังหาริมทรัพย์และโอนใส่ชื่อภริยาโจทก์ในโฉนด 3 ฉบับ เพื่อป้องกันการริบทรัพย์โดยทำเป็นโอนขาย ความจริงมิได้มีสินจ้างตอบแทนกัน คดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกาพิพากษาให้แก้ทะเบียนแล้วลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินทั้ง 3 แปลงดังกล่าว โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ขึ้นโจทก์ฟ้องจำเลยหลายประการคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะในข้อที่โจทก์ฟ้องเรียกเงิน 8,950 บาท ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นราคาค่าที่ดิน 3 แปลง (ที่จำเลยฟ้องโจทก์ในคดีก่อนคือโฉนดที่ 1947, 2984, 533) ซึ่งโจทก์จำเลยได้ตกลงซื้อขายกัน

เงินจำนวนนี้โจทก์ได้ชำระแล้วโดยส่งเป็นเงินและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่จำเลยในระหว่างถูกคุมขัง เมื่อศาลชี้ขาดให้โอนที่ดินกลับเป็นของจำเลย ๆ ก็มีหน้าที่ต้องคืนเงินจำนวนนี้ซึ่งโจทก์ชำระไปโดยเจตนาเป็นสินจ้างตอบแทนในการซื้อขายกันซึ่งถ้าไม่มีการตกลงซื้อขายแล้ว โจทก์ก็จะไม่ชำระเงินจำนวนนี้แก่จำเลยและค่าของเงินเวลานี้ตกต่ำ 12 เท่าจำเลยมีหน้าที่ต้องคืนโจทก์ตามอัตราค่าปริวรรตของเงินในเวลานี้เป็นเงิน 107,400 บาทจำเลยต่อสู้ตามฟ้องของโจทก์ข้อนี้ว่าเงิน 8,950 บาทนั้นศาลได้ชี้ขาดแล้ว โจทก์จะรื้อฟื้นขึ้นมาว่ากล่าวอีกไม่ได้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟ้องของโจทก์ข้อนี้ว่าศาลได้ชี้ขาดในข้อเท็จจริงในคดีก่อนแล้วว่ามิได้มีการซื้อขายกันโดยสุจริตและไม่มีสินจ้างและให้โอนที่ดินคืนแก่จำเลย

โจทก์ฟ้องเรียกราคาซื้อขายคืนไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าคดีเดิมจำเลยฟ้องโจทก์และภริยาเรียกสังหาริมทรัพย์และที่ดินรวม 3 แปลง และโจทก์กับภริยาต่อสู้ในคดีนั้นว่าเป็นการซื้อขายและชำระราคาให้แก่จำเลยเสร็จแล้วดังฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ ประเด็นสำคัญแห่งคดีเรื่องนั้นรวมถึงการซื้อขายและราคา 8,950 บาท ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่าภริยาโจทก์ได้ส่งเสียให้แก่จำเลยด้วยความกตัญญูมิได้มีการซื้อขายกันโดยสุจริตเมื่อโจทก์มาฟ้องในประเด็นเดียวกันและเป็นคู่ความคนเดียวกันจึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามพิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท · นนทประชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้