Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีอาญาศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) วินิจฉัยว่าการที่ จำเลยที่ 1 ยิงนายฉลองคนร้ายเป็นการกระทำในการจับกุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดในการยิงนายฉลอง แต่กระสุนปืนของ จำเลยที่ 1ในจำนวน 3 นัดที่ยิงนายฉลอง มี 2 นัด ที่พลาดไปถูกนายชูศักดิ์ตายเป็นการป้องกันเกินสมควรกว่าเหตุในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารฯ มาตรา 54โดยจะวินิจฉัยเสียใหม่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการ ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ ที่จำเลยที่ 1อ้างถึงการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ก็ไม่ปรากฏตัวผู้บังคับบัญชาผู้ออกคำสั่งโดยแน่ชัดจำเลยที่ 1 จึง ไม่ได้รับนิรโทษกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 449ต้องฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดต่อนายชูศักดิ์(วรรคนี้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2527) จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจในสังกัดของจำเลยที่ 10จำเลยที่ 1 สกัดจับนายฉลองคนร้ายตามที่ได้รับ วิทยุแจ้งเหตุถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติ หน้าที่ของจำเลย ที่ 1 เมื่อการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ทำให้ โจทก์ทั้งสามเสียหายจึงเป็นการกระทำละเมิดในหน้าที่การงานซึ่งจำเลยที่ 10 จะต้องร่วมรับผิดด้วยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 จำเลยที่ 10จะโต้เถียงอ้างว่าเป็นการนอกวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับหาได้ไม่ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ยิงนายฉลองคนร้ายกระสุนพลาดไปถูกนายชูศักดิ์ 2 นัด เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่สามารถทำให้นายชูศักดิ์ถึงแก่ความตายได้ และเกิดจากการกระทำของ จำเลยที่ 1ก่อนบุคคลอื่น แม้จะมีบุคคลอื่นยิงนายชูศักดิ์อีกสองแผลอันเป็นบาดแผลฉกรรจ์และอาจทำให้ นายชูศักดิ์ถึงแก่ความตายได้เช่นเดียวกันเมื่อบุคคล ดังกล่าวมิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิด โดยต่างคน ต่างทำจำเลยที่ 1 ก็ต้องรับผิดในความเสียหายทั้งหมดอันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เป็นเหตุ ให้นายชูศักดิ์ถึงแก่ความตายจำเลยที่ 1จะอ้างว่า บุคคลอื่นมีส่วนทำละเมิดต่อนายชูศักดิ์มาเป็นเหตุลดหย่อนความรับผิดของตนหาได้ไม่ นายชูศักดิ์เป็นผู้มีสุขภาพดีและไม่มีโรคประจำตัวนอกจากนั้นการแพทย์และการอนามัยในปัจจุบันเจริญขึ้น มากจึงเป็นที่คาดหมายได้ว่านายชูศักดิ์อาจมีอายุยืน ยาวกว่า 60 ปีได้ (นายชูศักดิ์อายุ53 ปีขณะถึงแก่กรรมที่ศาลกำหนดให้ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 1เดือนละ 8,000 บาท มีกำหนด 10 ปี จึงเป็นการพอควรและเหมาะสม แล้ว ขณะนายชูศักดิ์ตาย เด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิบุตรนายชูศักดิ์ มีอายุ9 ปี 2 เดือน และ 5 ปี 10 เดือนตามลำดับเด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิชอบที่จะได้รับชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะตลอดไปจนกว่าอายุจะบรรลุนิติภาวะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564กำหนดเวลาที่ เด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิได้รับชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะแม้ เกิน 10 ปี ก็เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หาเป็นการขัดกันกับกำหนดระยะเวลาที่โจทก์ที่ 1 ได้รับ ชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะไม่ เมื่อเด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิเจริญเติบโตขึ้นก็จำเป็นต้องได้รับการศึกษาสูงขึ้นและ ได้รับการเลี้ยงดูเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ที่ศาลคิด ถัวเฉลี่ยค่าขาดไร้อุปการะตลอดไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะเป็น เงินคนละ 25,000 บาทต่อปีจึงเป็นการพอสมควรและเหมาะสมแก่ฐานะของนายชูศักดิ์ผู้ตายแล้ว ในวันปลงศพหรือฌาปนกิจศพ นายชูศักดิ์มีการ พระราชทานเพลิงศพมารดาและฌาปนกิจศพเด็กหญิงทรายบุตรผู้ตายซึ่งไม่เกี่ยวกับการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 รวมอยู่ ด้วยก็ตามแต่ความสำคัญอยู่ที่การจัดการศพนายชูศักดิ์ ที่ศาลให้จำเลยที่ 1 รับผิดสองในสามของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปลงศพจึงเป็นการเหมาะสมแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายฉลอง จันทร์วิชัย และนายชูศักดิ์ ภิงคารวัฒน์ ขณะที่อยู่ในรถยนต์โดยเจตนาฆ่า ทั้งนี้เนื่องจากนายฉลองบังคับนายชูศักดิ์และควบคุมตัวเด็กหญิงทราย ภิงคารวัฒน์ บุตรสาวนายชูศักดิ์ เป็นตัวประกันเพื่อนำนายฉลองไปส่งขึ้นรถยนต์โดยสารที่กรุงเทพฯ ไปจังหวัดชัยภูมิ เพื่อหลบหนีคดีฆ่าคนตาย โดยจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ใช้อาวุธปืนยิงทะลุตัวถังและกระจกรถยนต์ถูกนายฉลอง นายชูศักดิ์และเด็กหญิงทรายถึงแก่ความตาย อันเป็นการจงใจกระทำโดยผิดต่อกฎหมาย ซึ่งจำเลยที่ ๑๐ ในฐานะนายจ้างหรือตัวการต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ผลแห่งการละเมิดดังกล่าวเป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นภรรยานายชูศักดิ์ ขาดไร้อุปการะจากนายชูศักดิ์ เดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๒๔ ปี เป็นเงิน ๕,๗๖๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ ในนามเด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิ ภิงคารวัฒน์ บุตรโจทก์ที่ ๑ อันเกิดจากนายชูศักดิ์ขอคิดค่าขาดไร้อุปการะจากนายชูศักดิ์เป็นเงิน ๒,๒๖๖,๐๕๐ บาท สำหรับเด็กหญิงทรายเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วอาจให้อุปการะแก่โจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นมารดาเป็นเวลาอย่างน้อย ๓ ปี ปีละ๒๔,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๑ จัดการศพนายชูศักดิ์เสียค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างอื่นเป็นเงิน ๘๕๖,๖๙๕ บาท รถยนต์ของโจทก์ที่ ๓ เป็นรถใหม่ได้รับความเสียหายทั้งคันไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้การได้ต่อไปขอคิดตามราคารถในขณะฟ้องเป็นเงิน ๘๒๐,๐๐๐ บาท

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายชูศักดิ์และมิใช่มารดาของเด็กชานรักษ์เด็กชายภูมิและเด็กหญิงทราย โจทก์ที่ ๓ ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุจำเลยทั้งเก้ามิได้ร่วมกันฆ่านายชูศักดิ์และเด็กหญิงทราย นายฉลองเป็นผู้ใช้ปืนยิงเด็กหญิงทรายจนถึงแก่ความตาย และยิงบุคคลอื่นรวมทั้งจำเลยทั้งเก้า จำเลยทั้งเก้าต้องเข้าทำการจับกุมคนร้ายตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่นายชูศักดิ์ถึงแก่ความตายเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยและเป็นการเข้าใจผิดทั้งเป็นการป้องกันและปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยทั้งเก้ามิได้ร่วมกันฆ่านายชูศักดิ์และเด็กหญิงทรายค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งสามเรียกร้องเกินความเป็นจริง นายชูศักดิ์ไม่เคยอุปการะครอบครัว โจทก์ที่ ๑ เรียกค่าขาดอุปการะจากนายชูศักดิ์เป็นเวลา ๒๔ ปี เป็นการคาดการณ์ในอนาคตไม่แน่นอนนายชูศักดิ์มิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิโจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยทั้งเก้าชดใช้ค่าขาดอุปการะแก่โจทก์ที่ ๒และโจทก์ที่ ๒ เรียกร้องได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๑ เรียกค่าสินไหมทดแทนจากการตายของเด็กหญิงทรายได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ค่าปลงศพนายชูศักดิ์ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งเก้าไม่ได้ทำให้รถยนต์คันเกิดเหตุเสียหาย รถดังกล่าวอยู่ในสภาพที่ใช้การได้

หากจะเสียหายก็ไม่เกิน ๑,๐๐๐บาท ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าเด็กหญิงทรายถูกกระสุนปืนของจำเลยทั้งเก้าหรือนายฉลอง ค่าเสียหายก็กล่าวลอย ๆ ไม่บรรยายว่าเสียหายอย่างไร เท่าใดเป็นฟ้องเคลือบคลุม จำเลยที่ ๑๐ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๑๐ แต่มีความสัมพันธ์กันตามกฎหมายปกครอง กระกระทำของจำเลยทั้งเก้าเป็นเรื่องเฉพาะตัว และนอกวัตถุประสงค์ นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ ๑๐ ไม่แน่ว่าเด็กหญิงทรายถูกกระสุนของผู้ใดจำเลยที่ ๑๐ ไม่ต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งการละเมิด ค่าขาดไร้อุปการะของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ รวมทั้งค่าปลงศพของนายชูศักดิ์ โจทก์เรียกรวมกันมาโดยไม่มีรายละเอียด จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม

โจทก์ที่ ๑ เรียกค่าขาดไร้อุปการะได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ เรียกค่าขาดไร้อุปการะได้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐บาท ค่าปลงศพเรียกได้อย่างสูงไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์เกี่ยวกับการตายของเด็กหญิงทราย จำเลยที่ ๑๐ ไม่ต้องรับผิดชอบในค่าขาดไร้อุปการะของโจทก์ที่ ๑ เกี่ยวกับการตายของเด็กหญิงทราย รถคันดังกล่าวอาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ ค่าซ่อมไม่เกิน๒๐,๐๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสามพร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องโจทก์สำหรับคดีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ ๑๐ ร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๑๐ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมแก่โจทก์ทั้งสามโดยลดจำนวนค่าสินไหมทดแทนลง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกาขอให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๑๐ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด จำเลยที่ ๑ และที่ ๑๐ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีอาญาซึ่งจำเลยที่ ๑ กับพวกรวมเก้าคนถูกฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๖๐๒๐/๒๕๒๒ศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ได้พิพากษาโดยฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยที่ ๑ ยิงนายฉลองคนร้ายเป็นการกระทำในการจับกุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยที่ ๑ ไม่มีความผิดในการยิงนายฉลองแต่กระสุนปืนของจำเลยที่ ๑ ซึ่งยิงนายฉลองจำนวน ๓ นัด มี ๒ นัดที่พลาดไปถูกนายชูศักดิ์เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารฯ มาตรา ๕๔ โดยจะวินิจฉัยเสียใหม่ว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่

ส่วนข้อที่จำเลยที่ ๑ อ้างถึงการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาก็เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่ปรากฏตัวผู้บังคับบัญชา ผู้ออกคำสั่งโดยแน่ชัด จำเลยที่ ๑ จึงไม่ได้รับนิรโทษกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๙ ต้องฟังว่าจำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดต่อนายชูศักดิ์ จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าพนักงานในสังกัดของจำเลยที่ ๑๐ จำเลยที่ ๑สกัดจับนายฉลองคนร้ายตามที่ได้รับวิทยุแจ้งเหตุ ถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ เมื่อการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ทำให้โจทก์ทั้งสามเสียหาย จึงเป็นการกระทำละเมิดในหน้าที่การงาน ซึ่งจำเลยที่ ๑๐ จะต้องร่วมรับผิดด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๖ จำเลยที่ ๑๐จะโต้เถียงอ้างว่าเป็นการนอกวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับหาได้ไม่

เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ยิงนายฉลองคนร้ายกระสุนพลาดไปถูกนายชูศักดิ์ ๒ นัด เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่สามารถทำให้นายชูศักดิ์ถึงแก่ความตายได้และเกิดจากกระทำของจำเลยที่ ๑ ก่อนบุคคลอื่น แม้จะมีบุคลลอื่นยิงนายชูศักดิ์อีกสองแผลอันเป็นบาดแผลฉกรรจ์และอาจทำให้นายชูศักดิ์ถึงแก่ความตายได้เช่นเดียวกันเมื่อบุคคลดังกล่าวมิได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑กระทำผิดโดยต่างคนต่างทำ จำเลยที่ ๑ ก็ต้องรับผิดในความเสียหายทั้งหมด อันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑เป็นเหตุให้นายชูศักดิ์ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ จะอ้างว่าบุคคลอื่นมีส่วนทำละเมิดต่อนายชูศักดิ์มาเป็นเหตุลดหย่อนความรับผิดของตนหาได้ไม่ นายชูศักดิ์เป็นผู้มีสุขภาพดีและไม่มีโรคประจำตัว

นอกจากนั้นการแพทย์และอนามัยในปัจจุบันเจริญขึ้นมาก จึงเป็นที่คาดหมายได้ว่านายชูศักดิ์อาจมีอายุยืนยาวกว่า ๖๐ ปีได้ (นายชูศักดิ์อายุ ๕๓ ปีขณะถึงแก่กรรม) ที่ศาลกำหนดให้ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ ๑ เดือนละ๘,๐๐๐ บาท มีกำหนด ๑๐ ปี จึงเป็นการพอควรและเหมาะสมแล้ว ขณะนายชูศักดิ์ตาย เด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิบุตรนายชูศักดิ์มีอายุ ๙ ปี ๒ เดือน และ ๕ ปี ๑๐ เดือนตามลำดับ เด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิชอบที่จะได้รับชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะตลอดไปจนกว่าอายุจะบรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๔ กำหนดเวลาที่เด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิได้รับชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะแม้เกิน ๑๐ ปี ก็เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

หาเป็นการขัดกับกำหนดระยะเวลาที่โจทก์ที่ ๑ ได้รับชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะไม่ เมื่อเด็กชายรักษ์และเด็กชายภูมิเจริญเติบโตขึ้นก็จำเป็นต้องได้รับการศึกษาสูงขึ้นและได้รับการเลี้ยงดูเพิ่มมากขึ้นตามลำดับที่ศาลคิดถัวเฉลี่ยค่าขาดไร้อุปการะตลอดไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะเป็นเงินคนละ ๒๕,๐๐๐ บาทต่อปี จึงเป็นการพอสมควรและเหมาะสมแก่ฐานานุรูปของนายชูศักดิ์ผู้ตายแล้ว ในวันปลงศพหรือฌาปนกิจศพนายชูศักดิ์ผู้ตายมีการพระราชทานเพลิงศพมารดาและฌาปนกิจศพเด็กหญิงทรายบุตรผู้ตาย ซึ่งไม่เกี่ยวกับการการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ รวมอยู่ด้วยก็ตาม แต่ความสำคัญอยู่ที่การจัดศพนายชูศักดิ์ผู้ตาย การที่ศาลให้จำเลยที่ ๑ รับผิดสองในสามของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปลงศพจึงเป็นการเหมาะสมแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑๐ ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑,๗๕๘,๖๙๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยและร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๓ เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · โกวิท สุนทรขจิต · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวิชิต บุญถนอม
ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้