คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยดูหมิ่นนางสาวสุธิรา ตามสกุล ซึ่งหน้าว่า"กูไม่เอามึงให้เสียน้ำ อีหน้าหัวควยพรรค์นี้ ฯลฯ" ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ปรับ 200 บาทจำเลยอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ในฎีกาข้อ 2 ว่าคำว่า "กูไม่เอามึงให้เสียน้ำ อีหน้าหัวควยพรรค์นี้" เป็นคำพิเศษ โจทก์จะต้องนำสืบว่าคำดังกล่าวมีความหมายอย่างไร เมื่อโจทก์ไม่นำสืบอธิบาย ศาลก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ กับฎีกาในฎีกาข้อ 3 ว่า ข้อเท็จจริงทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง คือ ผู้เสียหายกลับให้การชั้นพิจารณาว่า จำเลยด่าผู้เสียหายว่า "กูไม่เอามึงให้เสียน้ำ ไอ้หน้าควยพรรค์นี้
อีเฮงซวย" ย่อมลงโทษจำเลยไม่ได้ศาลฎีกาเห็นว่าในฎีกาข้อ 2 คำกล่าวของจำเลยเป็นถ้อยคำที่มีความหมายเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นอยู่ในตัวแล้ว สามัญชนพอเข้าใจได้โจทก์ไม่ต้องสืบอธิบายถ้อยคำดังกล่าวอีก คำพิเศษนั้น จะต้องเป็นถ้อยคำที่สามัญชนฟังแล้วไม่เข้าใจ หรือฟังแล้วแปลเป็น 2 แง่ได้ แต่ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวในคดีนี้ไม่ใช่ถ้อยคำเช่นนั้น คำด่าของจำเลยต่อผู้หญิงด้วยถ้อยคำเช่นนี้ ศาลและสามัญชนก็เข้าใจได้ชัดอยู่ในตัวเอง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนฎีกาข้อ 3 ปรากฏว่า ชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความเพิ่มถ้อยคำไป 3 ตัว คือ "อีเฮงซวย"
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่สารสำคัญ เป็นเพียงพลความ กับคำในฟ้องว่า "อี" แต่ชั้นพิจารณาว่า "ไอ้" เพียงเท่านี้ก็เป็นพลความไม่ใช่สารสำคัญถึงกับจะทำให้คดีโจทก์ต้องเสียไปเช่นกัน ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย