Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1988/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ว่าจ้างจำเลยทำไม้ โดยจำเลยผู้รับจ้างเป็นผู้ตัดฟันชักลาก ล่องนำไม้ไปส่งอู่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นการจ้างเหมา สัญญาจ้างนี้อยู่ในลักษณะจ้างทำของสิทธิเรียกร้องในการที่โจทก์จะฟ้องเรียกเงินทดรองค่าจ้างทำของที่จ่ายล่วงหน้าและเหลืออยู่ คืนจากจำเลยผู้รับจ้าง มีอายุความ 10 ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญารับจ้างทำและขนส่งไม้กับบริษัทโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ระหว่างการทำไม้ จำเลยที่ 1 เบิกเงินทดรองทำงานไปจากโจทก์และในระหว่างการล่องแพจำเลยทั้งสองร่วมกันเบิกเงินทดรองการทำงานไปจากโจทก์หลายครั้งหลายหน ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ทำใบสำคัญการจ่ายเงินมาหักล้างเงินยืมที่ทดรองไป แต่ไม่ครบคงขาดไปตามสำเนาหนังสือรับสภาพหนี้ท้ายฟ้อง โจทก์ทวงเตือนจำเลยทั้งสองให้ชำระ ก็ไม่ชำระจึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ย หากจำเลยที่ 1 ไม่สามารถชำระก็ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระแทน จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้ส่งสัญญาจ้างเดิมที่โจทก์จำเลยทำกันไว้

ทั้งมิได้บรรยายว่าที่โจทก์ (จำเลย) ทำไม้ส่งให้โจทก์เท่าใด รับเงินไปเท่าใดจำเลยไม่ได้รับเงินหรือค้างเงินตามจำนวนที่ฟ้อง บันทึกรับสภาพหนี้ท้ายฟ้องไม่เป็นหนังสือรับสภาพหนี้กับโจทก์เพราะโจทก์ไม่ได้สนองรับบันทึกจึงไม่ผูกพันโจทก์จำเลย โจทก์จะนำมาเป็นมูลฟ้องจำเลยไม่ได้คดีโจทก์ขาดอายุความ ก่อนฟ้องโจทก์ไม่ได้ทวงถามจำเลย จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า สำเนาเอกสารที่โจทก์อ้างว่าเป็นหนังสือรับสภาพหนี้นั้น เป็นเพียงบันทึกการทำงบดุลย์ จำเลยไม่ได้ลงชื่อรับรอง จึงไม่ต้องรับผิดจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 จริง แต่เห็นว่าจำเลยที่ 1 จะทำไม้ให้โจทก์ไม่ได้ตามสัญญา จำเลยจึงเข้าทำสัญญากับโจทก์แล้วตกลงเลิกสัญญาค้ำประกัน

สัญญาค้ำประกันจึงไม่มีผลบังคับต่อไป จำเลยมิได้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ถึงเงินยืม การรับจ้างทำไม้รายนี้ยังมิได้คิดบัญชีกันโจทก์ยังต้องจ่ายเงินให้จำเลยอีก ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความแล้ว ก่อนฟ้องโจทก์ไม่ได้ทวงถาม จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปากแล้วสั่งงดสืบพยาน โดยวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นพ่อค้าไม้ จำเลยทำสัญญาจ้างทำและขนไม้ให้โจทก์เข้าลักษณะสัญญาจ้างทำของ สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้เงินที่ออกทดรองไปมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1)

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เกิน 2 ปีนับแต่วันทำสัญญารับสภาพหนี้ท้ายฟ้อง คดีโจทก์จึงขาดอายุความ เมื่อหนี้ประธานขาดอายุความแล้ว หนี้ตามสัญญาค้ำประกันซึ่งเป็นอุปกรณ์ก็หลุดพ้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนจำเลยทั้งสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามฟ้อง คำให้การและพฤติการณ์แห่งการกระทำของโจทก์จำเลยเกี่ยวกับเงินที่จำเลยเอาไปจากโจทก์ มีลักษณะเป็นการยืมไปใช้จ่ายในการทำไม้ เป็นการยืมใช้สิ้นเปลือง มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยหนังสือรับสภาพหนี้ นับถึงวันฟ้องคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ แต่คดียังมีข้อโต้เถียงกันอยู่ ฟังเอาเป็นยุติยังไม่ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานคู่ความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้อง คำให้การ สำเนาเอกสารท้ายฟ้องโจทก์เป็นผู้ว่าจ้างจำเลยทั้งสองทำไม้ โดยจำเลยผู้รับจ้างเป็นผู้ตัดฟัน ชักลาก ล่องนำไม้ไปส่งอู่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้อันเป็นการจ้างเหมา สัญญาจ้างนี้จัดอยู่ในลักษณะจ้างทำของ จำเลยทำสัญญารับเงินค่าจ้างไปจากโจทก์ล่วงหน้า บัดนี้โจทก์จำเลยปฏิบัติตามสัญญาเสร็จ ยังมีค่าจ้างของโจทก์ที่จำเลยรับไป ติดค้างอยู่ที่จำเลยเป็นจำนวนตามหนังสือที่จำเลยทำรับรองไว้กับโจทก์ โจทก์จึงขอให้บังคับให้จำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวนี้คืน ดังนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินทดรองค่าจ้างที่จ่ายล่วงหน้าคืนจากจำเลยสิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำให้การยังมีข้อโต้เถียงกัน ฟังเอาเป็นยุติไม่ได้ ศาลจะต้องฟังพยานหลักฐานของคู่ความตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้