Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1987/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่2ดึงตัวผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่จำเลยที่3ก็เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราต่อหลังจากนั้นจำเลยที่1ก็เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีกสลับกันไปทั้งจำเลยที่1ก็ให้การว่าจำเลยที่1ไปยืนรอจำเลยที่3อยู่ขณะที่จำเลยที่3กำลังร่วมเพศกับผู้เสียหายและเห็นจำเลยที่2กำลังใส่กางเกงและจำเลยที่3ก็ให้การว่าขณะที่จำเลยที่2กำลังร่วมเพศกับผู้เสียหายจำเลยที่1กับที่3ได้นั่งรออยู่ห่างประมาณ3เมตรหลังจากจำเลยที่2ลุกขึ้นจำเลยที่3จึงได้เข้าไปร่วมเพศกับผู้เสียหายและหลังเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายเดินกลับมาที่ร้านขายข้าวแกงที่ผู้เสียหายทำงานก็พบจำเลยทั้งสามนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันพฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการร่วมกันกระทำผิดอันมีลักษณะเป็นการ โทรมเด็กหญิง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 83จำเลย ทั้ง สาม ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ว่า จำเลย ทั้ง สาม มี ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม ประกอบ ด้วย มาตรา 83จำคุก จำเลย ทั้ง สาม ตลอด ชีวิต คำให้การ รับสารภาพ ชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์ แก่ การ พิจารณา มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ หนึ่ง ใน สาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบ ด้วย มาตรา 53 คง จำคุก จำเลยคน ละ 33 ปี 4 เดือนจำเลย ทั้ง สาม อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษาแก้ เป็น ว่า จำเลย ทั้ง สาม มี ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก จำคุก จำเลย ทั้ง สาม คน ละ12 ปี คำให้การ รับสารภาพ ชั้นสอบสวน เป็น

ประโยชน์ แก่ การ พิจารณามีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ คน ละ หนึ่ง ใน สาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คง จำคุก คน ละ 8 ปีโจทก์ ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "คง มี ปัญหา ที่ จะ ต้อง วินิจฉัย ตาม ฎีกาของ โจทก์ ว่า การกระทำ ของ จำเลย ทั้ง สาม มี ลักษณะ เป็น การ โทรมเด็กหญิงหรือไม่ เห็นว่า ตาม ข้อเท็จจริง ที่ รับฟัง ได้ ก่อน เกิดเหตุ จำเลยทั้ง สาม อยู่ ด้วยกัน ที่ ทาง เข้า ประตู วัด พระนางสร้าง เมื่อ จำเลย ที่ 2ดึง ตัว ผู้เสียหาย ไป ข่มขืมกระทำ ชำเรา จน สำเร็จความใคร่ จำเลย ที่ 3ก็ เข้า ไป ข่มขืน กระทำ ชำเรา ต่อ หลังจาก นั้น จำเลย ที่ 1 ก็ เข้า ไปข่มขืน กระทำ ชำเรา ผู้เสียหาย อีก สลับ กัน ไป ทั้ง ตาม คำให้การ

ชั้นสอบสวนของ จำเลย ที่ 1 ตาม เอกสาร หมาย จ. 8 ประกอบ ภาพถ่าย หมาย จ. 12 ภาพ ที่ 8จำเลย ที่ 1 ก็ ให้การ ว่า จำเลย ที่ 1 ไป ยืน รอ จำเลย ที่ 3 อยู่ ขณะที่จำเลย ที่ 3 กำลัง ร่วม เพศ กับ ผู้เสียหาย และ เห็น จำเลย ที่ 2 กำลังใส่ กางเกง และ ตาม คำให้การ ชั้นสอบสวน ของ จำเลย ที่ 3 ตาม เอกสาร หมาย จ. 10จำเลย ที่ 3 ก็ ให้การ ว่า ขณะที่ จำเลย ที่ 2 กำลัง ร่วม เพศ กับ ผู้เสียหายจำเลย ที่ 1 และ ที่ 3 ได้ นั่ง รอ อยู่ ห่าง จาก จุด ที่ จำเลย ที่ 2กำลัง ร่วม เพศ กับ ผู้เสียหาย ประมาณ 3 เมตร หลังจาก จำเลย ที่ 2 ลุกขึ้นจำเลย ที่ 3 จึง ได้ เข้า ไป ร่วม เพศ กับ ผู้เสียหาย และ หลัง เกิดเหตุผู้เสียหาย ก็ เบิกความ ว่า เมื่อ ผู้เสียหาย เดิน กลับมา ที่ ร้าน ขายข้าว แกง ที่ ผู้เสียหาย ทำงาน อยู่ ก็ พบ จำเลย ทั้ง สาม นั่ง กินข้าวอยู่ ด้วยกัน พฤติการณ์ ดังกล่าว จึง เป็น การ ร่วมกัน กระทำผิด อัน มี ลักษณะเป็น การ โทรมเด็ก หญิง ที่ ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษา มา นั้น ศาลฎีกาไม่เห็น พ้อง ด้วย ฎีกา ของ โจทก์ ฟังขึ้น "

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ บังคับคดี ไป ตาม คำพิพากษา ของ ศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5681/2568

ป.อ. มาตรา 277 วรรคสี่ (เดิม) บัญญัติให้การมีอาวุธปืนในขณะกระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไม่ว่าจะได้ใช้อาวุธปืนในการกระทำผิดหรือไม่เป็นความผิด เนื่องจากอาวุธปืนเป็นอาวุธอันตรายร้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยมีอาวุธปืนหรือโดยใช้มีดเป็นอาวุธตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2567

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำชำเราผู้ตายในคราวเดียวกับที่จำเลยทำร้ายผู้ตาย ทั้งการที่จำเลยใช้มือตีไปที่ศีรษะและบริเวณหลังของผู้ตายก็ด้วย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้