Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศห้ามมิให้ตกข้าวแก่ชาวนา จ.ศ.1239 นั้น ได้มีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์รวบรวมข้อบัญญัติต่างๆ ในทางแพ่งทั้งหมดขึ้นใช้บังคับแล้ว และตามมาตรา 656 แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าวก็ได้บัญญัติคุ้มครองมิให้เอาของชำระหนี้แทนเงินด้วยการคิดราคาของต่ำกว่าราคาท้องตลาดนั้นอยู่แล้ว ประกาศห้ามมิให้ตกข้าวแก่ชาวนา จ.ศ.1239 จึงเป็นอันถูกยกเลิกไม่ใช้บังคับต่อไปโจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงจะขายข้าวเปลือกแก่โจทก์และได้รับเงินไปแล้วโดยได้ทำสัญญารับฝากข้าวเปลือกไว้ ถึงหากจะฟังว่าสัญญารับฝากข้าวเปลือกเป็นนิติกรรมอำพราง โจทก์ก็ขอให้บังคับตามสัญญาจะซื้อขายได้ตกลงซื้อข้าวเปลือกราคาหนึ่ง และมีข้อสัญญาว่า หากผู้ขายไม่ส่งมอบตามกำหนดจะต้องใช้ราคาข้าวเปลือกสูงขึ้นเป็นอีกราคาหนึ่ง ย่อมมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับฐานผิดสัญญา หากกำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนที่พอสมควรได้(ปัญหาตามวรรคแรกวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 28/2511)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2509 จำเลยตกลงจะขายข้าวเปลือกให้โจทก์ 300 ถัง ราคาถังละ 8 บาท เป็นเงิน 2,400 บาทและได้รับเงินไปแล้ว สัญญาจะส่งมอบข้าวเปลือกไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2510 หากผิดสัญญา ยอมใช้ราคาให้โจทก์ถังละ 15 บาท จำเลยได้ทำสัญญารับฝากข้าวเปลือกไว้ จำเลยผิดสัญญา จึงขอให้บังคับจำเลยใช้ราคาข้าวเปลือกเป็นเงิน 4,500 บาทจำเลยต่อสู้ว่า ไม่เคยตกลงขายข้าวเปลือกให้โจทก์ แก่จำเลยกู้เงินโจทก์ 500 บาท สัญญาจะใช้ด้วยข้าวเปลือก 100 ถัง ซึ่งเรียกว่าตกข้าว โจทก์ให้จำเลยเซ็นชื่อไว้ในกระดาษแผ่นหนึ่ง จะใช่สัญญารับฝากข้าวหรือไม่ไม่ทราบ ในวันทำสัญญาไม่มีการฝากข้าวสัญญารับฝากข้าวไม่ชอบด้วยกฎหมายวันนัดพร้อม

จำเลยรับว่า ได้ทำสัญญาให้โจทก์ไว้จริง ขอผัดใช้เงินไป 1 ปีโจทก์แถลงว่า ขอคิดเอาเพียง 3,000 บาท และยอมให้ผัด2 เดือน จำเลยว่าหาเงินไม่ทันนอกจากนี้จำเลยว่าไม่มีอะไรจะแถลงอีกศาลชั้นต้นเห็นว่า ไม่มีประเด็นอะไรที่จะพิจารณาอีก แล้วพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์เป็นการหลีกเลี่ยงข้อห้ามเรื่องประกาศห้ามตกทอดข้าวแก่ชาวนาขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จะเรียกร้องให้ชำระหนี้และบังคับคดีมิได้โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ราคาข้าวเปลือกแก่โจทก์เป็นเงิน 4,500 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องและคำรับของจำเลยในภายหลังฟังได้ว่าจำเลยได้ตกลงจะขายข้าวเปลือกให้โจทก์ 300 ถัง ๆ ละ 8 บาทเป็นเงิน 2,400 บาท

จำเลยได้รับเงินแล้ว กำหนดส่งมอบข้าวเปลือกให้ไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2510 โดยทำหนังสือสัญญารับฝากข้าวเปลือกไว้ หากไม่ส่งมอบตามกำหนด จำเลยยอมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เป็นเงินถังละ 15 บาทข้อที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของโจทก์ต้องด้วยประกาศห้ามมิให้ตกข้าวแก่ชาวนา จ.ศ.1239 ฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้นั้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า ณ บัดนี้ได้มีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่รวบรวมข้อบัญญัติต่าง ๆ ในทางแพ่งทั้งหมดขึ้นใช้บังคับแล้วและข้อบัญญัติที่ว่าไว้ในมาตรา 656 แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าวก็ได้บัญญัติคุ้มครองมิให้เอาของชำระหนี้แทนเงินด้วยการคิดราคาของต่ำกว่าราคาท้องตลาดนั้นอยู่แล้ว ในขณะที่โจทก์จำเลยทำสัญญารายที่ฟ้องนี้ ประกาศห้ามมิให้ตกข้าวแก่ชาวนาจ.ศ.1239 นั้น ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ฎีกาจำเลยเป็นอันตกไปข้อที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาฝากทรัพย์ตามฟ้องใช้บังคับไม่ได้เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เท่าที่โจทก์บรรยายฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์ขอบังคับเอาตามสัญญาจะซื้อขายอยู่ด้วยประการหนึ่งหาใช่ฟ้องขอบังคับเอาเพียงตามสัญญารับฝากข้าวเท่านั้นไม่หากจะถือว่าสัญญารับฝากข้าวไม่มีผลบังคับ ก็ไม่กระทบกระเทือนต่อการที่โจทก์จะเรียกเอาค่าเสียหายตามสัญญาจะซื้อขายที่ได้ทำกันไว้ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อสัญญาที่ว่า ถ้าจำเลยไม่ส่งข้าวเปลือก300 ถังให้โจทก์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2510 แล้ว จำเลยยอมคิดเป็นเงินสดให้แก่โจทก์ถังละ 15บาท รวมเป็นเงิน 4,500 บาทนั้นก็คือจำเลยสัญญาให้เบี้ยปรับในฐานผิดสัญญาจะซื้อขายนั่นเอง ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับลงมาได้ตามสมควร และเห็นสมควรลดเบี้ยปรับเหลือเพียง 600 บาทพิพากษาแก้ให้จำเลยให้เงิน 3,000 บาทแก่โจทก์ (คือต้นเงิน2,400 บาท และเบี้ยปรับ 600 บาท)

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้