Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1980/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ซ. ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมสายการเดินเรือต่างๆรวมทั้งเรือ อ. ของบริษัท บ.ผู้ขนส่งสินค้ารายพิพาทด้วย เมื่อเรือจะเข้าท่าเรือกรุงเทพจำเลยเป็นผู้แจ้งให้บริษัท ย. เจ้าของสินค้าผู้รับตราส่งทราบ บริษัท ย. นำใบตราส่งมาชำระค่าระวางสินค้าแก่จำเลย และจำเลยออกใบรับมอบของหรือใบปล่อยสินค้าให้ไปรับสินค้า และจำเลยติดต่อขออนุญาตเช่าเครื่องมือขนถ่ายสินค้าจากการท่าเรือฯด้วย หน้าที่ดังกล่าวจำเลยได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ต้องถือว่าการขนส่งสินค้ารายพิพาทจำเลยเป็นผู้ร่วมขนส่งด้วยคนหนึ่ง โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยมีนิติสัมพันธ์กับบริษัท บ. หรือไม่ จำเลยซึ่งเป็นผู้ร่วมขนส่งจึงต้องรับผิดร่วมกันในความเสียหายทั้งหมดของสินค้ารายพิพาทด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นตัวแทนบริษัทโซวินฟล็อต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลสหภาพโซเวียตบริษัทโซวินฟล็อต จำกัด มีหน้าที่ควบคุมสายการเดินเรือต่าง ๆ รวมทั้งเรือไอโอนา ยาเกียร์ ของบริษัทแบล็คซี ชิปปิ้ง จำกัด ผู้ขนส่งสินค้ารายพิพาทด้วย เมื่อเรือไอโอนา ยาเกียร์ จะเข้าท่าเรือกรุงเทพจำเลยเป็นผู้แจ้งกำหนดเรือเข้าทางหนังสือพิมพ์ และแจ้งให้บริษัทยูโรไทยอินดัสเตรียล ซัพพลายจำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าผู้รับตราส่งทราบ บริษัทเจ้าของสินค้านำใบตราส่งมาติดต่อชำระค่าระวางสินค้าแก่จำเลยและจำเลยออกใบรับมอบของหรือใบปล่อยสินค้าให้บริษัทเจ้าของสินค้าไปรับสินค้า นอกจากนี้จำเลยยังเป็นผู้ติดต่อขออนุญาตเช่าเครื่องมือขนถ่ายสินค้าจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยด้วย

หน้าที่ของจำเลยดังกล่าวแล้วจำเลยได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ฉะนั้นจึงต้องถือว่าในการขนส่งสินค้ารายนี้จำเลยเป็นผู้ร่วมขนส่งด้วยคนหนึ่ง โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยมีนิติสัมพันธ์กับบริษัทแบล็คซี ชิปปิ้ง จำกัด หรือไม่ส่วนที่ปรากฏว่าเมื่อสินค้ามาถึงท่าเรือกรุงเทพ บริษัทเจ้าของสินค้าผู้รับตราส่งจ้างเรือฉลอมของบริษัทนครไทยขนส่ง จำกัด ให้ไปรับสินค้าที่เรือใหญ่นอกท่าของการท่าเรือแห่งประเทศไทยนั้น ไม่ปรากฏจากการนำสืบของโจทก์จำเลยว่าการขนส่งในช่วงนี้ของบริษัทนครไทยขนส่ง จำกัด ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สินค้ารายพิพาท แต่กลับปรากฏว่าขณะที่เรือฉลอมของบริษัทนครไทยขนส่งจำกัด ไปรับสินค้านั้น สินค้ามีความเสียหายเพราะกระสอบฉีกขาด

มากบ้างน้อยบ้าง สินค้าเสียหายบ้าง เปื้อนเปรอะน้ำมันบ้าง ซึ่งนายเรือของเรือไอโอนายาเกียร์ ได้บันทึกรับรองไว้แล้วตามเอกสารหมาย จ.14 แม้รายการความเสียหายนี้จะไม่ตรงกับการสำรวจความเสียหายครั้งหลังที่ดำเนินการโดยบริษัทเบนแอ๊ดจัสเตอร์ส แอนด์ เซอเวเยอร์ส จำกัด แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก และจำเลยไม่ได้พิสูจน์ว่าความเสียหายนี้เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากสภาพของสินค้านั้นเองหรือเกิดจากความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง ฉะนั้นจำเลยซึ่งเป็นผู้ร่วมขนส่งจะต้องรับผิดร่วมกันในความเสียหายทั้งหมดของสินค้ารายพิพาทด้วยสำหรับความเสียหายของสินค้ารายพิพาทโจทก์นำสืบว่าเสียหายเป็นเงิน 707,474.68 บาท แต่นำสินค้าที่เสียหายขายทอดตลาดได้เงิน74,638.25 บาท จึงเป็นค่าเสียหายที่โจทก์ชำระให้แก่ผู้เอาประกันภัยไป632,836.43 บาท ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงต้องฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตามจำนวนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจำเลยจะต้องชดใช้ให้แก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชนะคดีนั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 632,836.43 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้