Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1977/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต สภาพแห่งข้อหาคือสัญญาประกันชีวิต คำขอบังคับคือจำนวนเงินที่โจทก์เรียกร้อง ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือการที่จำเลยรับประกันชีวิต ร.ผู้ตายโดยโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์และ ร.ตายโดยอุบัติเหตุ โจทก์ได้บรรยายฟ้องในข้อที่กล่าวนี้ชัดแจ้งถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ ส่วนข้อที่ว่าสัญญาเป็นโมฆียะและจำเลยบอกล้างแล้ว เป็นเรื่องที่จำเลยจะยกขึ้นปฏิเสธฟ้องโจทก์ ซึ่งถ้าหากจำเลยยกขึ้นก็เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องกล่าวโดยแจ้งชัดถึงข้อเท็จจริงที่ทำให้สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ หาใช่หน้าที่ของโจทก์จะต้องบรรยายฟ้องแก้คำให้การของจำเลยไว้ล่วงหน้าไม่ ฉะนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าผู้ตายมิได้ป่วยด้วยโรคหืด หลอดลมหรือคออักเสบมาก่อน หรือหากเคยป่วยโดยโรคดังกล่าวมาก่อนก็มีเหตุหลายประการดังที่โจทก์บรรยายในฟ้องที่ทำให้สัญญาไม่เป็นโมฆียะ จึงเป็นการบรรยายเกินเลยจากที่กฎหมายบังคับ แม้ข้อที่ว่า ร.ป่วยจริงหรือไม่ โจทก์ยกขึ้นอ้างขัดกันก็ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ผู้ตายมิได้เป็นโรคหืด แต่มีอาการหอบหืดซึ่งเป็นอาการของการแพ้อากาศ และอาการดังกล่าวได้หายไปก่อนที่ผู้ตายยื่นคำขอเอาประกันชีวิตแล้ว ผู้ตายไปตรวจและรับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นครั้งคราวด้วยเรื่องหวัดและแพ้อากาศ ซึ่งมิใช่โรคที่ระบุในแบบสอบถามให้ผู้ขอเอาประกันชีวิตตอบ เห็นได้ว่าหากจำเลยทราบถึงการที่ผู้ตายเคยไปตรวจและรับการรักษาที่โรงพยาบาลและประวัติการเจ็บป่วยของผู้ตายดังกล่าวแล้ว ก็ไม่เป็นเหตุจูงใจให้จำเลยบอกปัดไม่ยอมรับประกันชีวิตผู้ตายหรือเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้น การที่ผู้ตายได้แจ้งในแบบสอบถามขณะเอาประกันชีวิตว่า ไม่เคยรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเคยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโรคหรืออาการของโรคหืด จึงไม่ทำให้สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับประกันชีวิต ร. ผู้ตาย โดยมีข้อตกลงว่า ถ้า ร.ถึงแก่กรรมก่อนครบกำหนดสัญญาประกันชีวิต จำเลยต้องจ่ายเงินให้โจทก์ซึ่งเป็นบุตร ร. เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าการตายเกิดจากอุบัติเหตุจำเลยต้องจ่ายให้โจทก์เพิ่มขึ้นอีก ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมา ร. ถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุรถชนกัน โจทก์ทวงถามเพื่อขอรับเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยไม่จ่ายให้โดยบ่ายเบี่ยงว่ากรมธรรมเป็นโมฆียะเพราะ ร. ปกปิดข้อความจริงขณะทำสัญญาประกันชีวิตว่า ตนไม่เคยเจ็บป่วยด้วยโรคหืด หลอดลม คอหรือต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ทั้ง ร. เคยเข้าโรงพยาบาลรักษาตัวด้วยโรคดังกล่าว จึงบอกล้างโมฆียะกรรมให้สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ การบอกล้างโมฆียะกรรมดังกล่าวไม่ชอบเพราะ

ร.ไม่เคยป่วยเป็นโรคดังกล่าว หรือหากเคยป่วย ร. ก็ไม่ทราบ จึงไม่ได้บอกแพทย์ของจำเลยและแพทย์ของจำเลยไม่มีความรู้ความสามารถทัดเทียมวิญญูชนเช่นแพทย์ทั่วไปจะพึงมี จึงไม่รู้ว่า ร. ป่วยเป็นโรคดังกล่าว หากจะฟังว่าสัญญาไม่สมบูรณ์จำเลยก็ไม่อาจบอกล้างได้เพราะตัวแทนจำเลยในการทำสัญญาประกันชีวิตรู้แล้วว่าผู้ตายป่วยเป็นโรคหืด หลอดลมหรือคออักเสบมาก่อน จำเลยไม่บอกปัดเสียตั้งแต่ขณะทำสัญญาและบอกล้างโมฆียะกรรมเมื่อพ้นกำหนด ๑ เดือนนับแต่ทราบมูลอันจะบอกล้างได้ สิทธิบอกล้างจึงระงับไปนอกจากนั้นโรคหืด หลอดลมหรือคออักเสบก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงซึ่งผู้รับประกันภัยรู้แล้วจะจูงใจให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ทำสัญญา สัญญาประกันชีวิตจึงไม่เป็นโมฆียะ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ตามกรมธรรม์เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ผู้ตายมีหน้าที่แถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติและสุขภาพของตนเพื่อประกอบการพิจารณารับประกันชีวิตซึ่งผู้ตายแถลงความเท็จในเรื่องไม่เคยป่วยและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ คือ แพ้อากาศ หอบและหืด คอและต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง ข้อความจริงดังกล่าวเป็นข้อสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของผู้เอาประกันที่จำเลยจะต้องพิจารณาประกอบว่าจะรับประกันชีวิตผู้เอาประกันหรือไม่ หรือรับประกันโดยมีเงื่อนไขหรือเรียกเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น กรมธรรม์ฉบับพิพาทจึงเป็นโมฆียะจำเลยบอกล้างแล้วภายในกำหนด ๑ เดือนนับแต่จำเลยทราบข้อความจริงซึ่งเป็นมูลอันบอกล้างได้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โดยโจทก์บรรยายข้อเท็จจริงหลายประการซึ่งไม่อาจเป็นไปได้ในขณะเดียวกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาที่จำเลยฎีกาอ้างว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะอ้างข้อเท็จจริงหลายประการที่ไม่อาจเป็นไปได้ในขณะเดียวกันดังนี้ คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต สภาพแห่งข้อหาคือสัญญาประกันชีวิต คำขอบังคับคือจำนวนเงินที่โจทก์เรียกร้อง ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือการที่จำเลยรับประกันชีวิต ร. โดยโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์และ ร. ตายโดยอุบัติเหตุ โจทก์ได้บรรยายฟ้องในข้อที่กล่าวนี้ชัดแจ้งถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรคสองฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ ส่วนข้อที่ว่าสัญญาเป็นโมฆียะและจำเลยบอกล้างแล้ว เป็นเรื่องที่จำเลยจะยกขึ้นปฏิเสธฟ้องโจทก์ซึ่งหากจำเลยยกขึ้นก็เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องกล่าวโดยแจ้งชัดถึงข้อเท็จจริงที่ทำให้สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ

หาใช่หน้าที่ของโจทก์จะต้องบรรยายฟ้องแก้คำให้การของจำเลยไว้ล่วงหน้าไม่ ฉะนั้นการที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร. มิได้ป่วยเป็นโรคหืด หลอดลมหรือคออักเสบมาก่อน หรือหากเคยป่วยเป็นโรคดังกล่าวมาก่อนก็มีเหตุหลายประการดังที่กล่าวมาในฟ้องที่ทำให้สัญญาไม่เป็นโมฆียะ จึงเป็นการบรรยายเกินเลยจากที่กฎหมายบังคับ แม้ข้อที่ว่า ร.ป่วยจริงหรือไม่ โจทก์ยกขึ้นอ้างขัดกัน ก็ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์กลับกลายเป็นฟ้องเคลือบคลุม มีข้อวินิจฉัยต่อไปว่าสัญญาประกันชีวิตระหว่างผู้ตายกับจำเลยเป็นโมฆียะหรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าผู้ตายมิได้เป็นโรคหืด แต่มีอาการหอบหืดซึ่งเป็นอาการของการแพ้อากาศ และอาการดังกล่าวได้หายก่อนที่ผู้ตายยื่นคำขอเอาประกันชีวิต และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าการที่ผู้ตายไปตรวจและรับการรักษาที่โรงพยาบาลในฐานะคนไข้นอกเป็นครั้งคราวด้วยเรื่องหวัดและแพ้อากาศ ซึ่งมิใช่โรคที่ระบุในแบบสอบถามให้ผู้ขอเอาประกันชีวิตต้องตอบว่าเคยเป็นหรือเคยปรึกษาแพทย์มาบ้างหรือไม่

ทั้งโดยทั่วไปย่อมเข้าใจได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่มีความสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณารับประกันชีวิต ส่วนที่ผู้ตายมีอาการหอบหืดก็เป็นเพียงอาการของการแพ้อากาศ มิใช่โรคหืดที่ระบุในแบบสอบถามขณะที่ผู้ตายยื่นคำขอเอาประกันชีวิตผู้ตายหายจากอาการหอบหืดหลายเดือนแล้ว เห็นได้ว่าหากจำเลยทราบถึงการที่ผู้ตายเคยไปตรวจและรับการรักษาที่โรงพยาบาลมาก่อนและทราบประวัติการเจ็บป่วยของผู้ตาย ก็ไม่เป็นเหตุจูงใจให้จำเลยบอกปัดไม่ยอมรับประกันชีวิตผู้ตาย หรือเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๕ วรรคหนึ่ง การที่ผู้ตายได้แจ้งในแบบสอบถามขณะขอเอาประกันชีวิตว่าไม่เคยรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือสถานรักษาโรคใดและไม่เคยเป็นหรือเคยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโรคหรืออาการของโรคที่ระบุไว้ในแบบสอบถามซึ่งมีโรคหืดรวมอยู่ด้วย จึงหาทำให้สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปลิว พลชัย
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้