Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1976/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จังหวัดยโสธรทำสัญญาว่าจ้างกับจำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายอำเภอลงนามแทนจังหวัดยโสธร ต่อมาโจทก์ได้รับโอนสิทธิในการรับเงินค่าจ้างจากจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 3 ไม่จ่ายเงินแก่โจทก์กลับไปจ่ายแก่จำเลยที่ 1 ถือว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ และการจ่ายเงินของจำเลยที่ 3 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะนายอำเภอและในฐานะผู้ร้บมอบอำนาจจากจังหวัดยโสธร มิใช่ทำในฐานะส่วนตัว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 แต่ต้องฟ้องต่อหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ฯ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งนายอำเภอทรายมูลและเป็นผู้รับมอบอำนาจจากจังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 จำเลยที่ 3 ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ซ่อมแซมถนนวางท่อและเทคอนกรีตรวมค่าก่อสร้างเป็นเงิน 344,724 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ และจำเลยที่ 1 แจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 3 ทราบ แต่จำเลยที่ 3 กลับจ่ายเงินค่าก่อสร้างจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 โจทก์ทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2544 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการจงใจทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพราะทำให้โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าก่อสร้างจำนวนดังกล่าว

โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 344,724 บาท นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2543 จนถึงวันฟ้อง เป็นดอกเบี้ย 31,168 บาท รวมเป็นเงิน 375,892 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 375,892 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 3 ให้การว่า ระหว่างทำการซ่อมถนนตามสัญญามีนางจำเนียรศักดิ์สกุลไท ตัวแทนของจำเลยที่ 1 นำเอกสารมาให้จำเลยที่ 3 รับทราบว่าจำเลยที่ 1 มีสัญญาก่อสร้างกับจำเลยที่ 3 เพื่อนำไปเป็นหลักฐานประกอบการยืมเงินหรือเบิกวัสดุก่อสร้างจากบุคคลอื่นมาดำเนินการก่อสร้าง จำเลยที่ 3 จึงลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวให้ ต่อมาการก่อสร้างแล้วเสร็จจำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้นางจำเนียรมาขอรับเงินค่าจ้างตามสัญญา

จำเลยที่ 3 จึงได้เบิกจ่ายเงินให้ตามระเบียนขั้นตอนของทางราชการเป็นเงิน 344,724 บาท โจทก์อยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่มีการทักท้วงหรือโต้แย้งแจ้งให้ทราบว่ามีการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ 1 ไปแล้วจำเลยที่ 3 ทราบเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้องภายหลังจากจ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ 1 ไปแล้วขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 344,724 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 3 จะต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า สิทธิในการรับเงินค่าจ้างที่โจทก์ได้รับโอนจากจำเลยที่ 1 ในคดีนี้นั้น มาจากสัญญาว่าจ้างระหว่างจังหวัดยโสธรกับจำเลยที่ 1 โดยผู้ลงนามแทนจังหวัดยโสธรผู้ว่าจ้างคือจำเลยที่ 3 ตำแหน่งนายอำเภอทรายมูล การที่โจทก์ไม่สามารถรับเงินตามสิทธิที่ได้รับโอนมาได้นั้น เนื่องจากจำเลยที่ 3 ไม่จ่ายเงินให้แก่โจทก์กลับไปจ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่การจ่ายเงินของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวนั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะนายอำเภอทรายมูลและในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากจังหวัดยโสธร มิใช่ทำในฐานะส่วนตังซึ่งตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้ผู้เสียหายฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิด แต่ให้ฟ้องต่อหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2567

ข้อเท็จจริงได้ความตามสำเนาคำพิพากษาและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด เอกสารท้ายคำร้องขอเพิ่มเติมฎีกาของจำเลยซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้งข้อเท็จจริงตามเอกสารดังกล่าวว่า โจทก์ได้ฟ้อง ธ. เป็นคดีอาญาต่อศาลชั้นต้นในคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5160/2566

จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในผลแห่งละเมิดของ พ. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของตนที่ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 ดังนั้น โจทก์ทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3853/2566

เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ส่งประกาศขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่ธนาคาร อ. ผู้รับจำนองทราบก่อนการขายทอดตลาด เป็นเหตุให้ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด ด้วยเหตุดังกล่าว เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4824/2562

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องให้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐรับผิดในผลแห่งละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของตน โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้โดยตรงตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้