Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1976/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บรรยายฟ้องว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่าอย่างไร และเบิกความในชั้นศาลว่าอย่างไร แล้วสรุปว่าจำเลยกระทำผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ โดยอ้างว่าหากข้อความที่จำเลยให้การในชั้นศาลเป็นความจริง ที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนก็ย่อมเป็นเท็จ และหากข้อความที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นความจริงการเบิกความต่อศาลก็ย่อมเป็นเท็จ แสดงว่าโจทก์เองก็ไม่ทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร เป็นฟ้องที่ขัดกันเองอยู่ในตัวไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้องเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "การบรรยายฟ้องในคดีที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานก็ดี ในคดีที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จก็ดี โจทก์จะต้องบรรยายมาในฟ้องโดยชัดแจ้งว่าความจริงเป็นอย่างไร เพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อความที่จำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานหรือเบิกความต่อศาลนั้นเป็นความเท็จ เพื่อที่จำเลยจะได้เข้าใจข้อหาได้ดีและสามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง โดยเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานคือพนักงานสอบสวนและข้อหาเบิกความเท็จต่อศาลในคดีเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าจะต้องมีความจริงอยู่เพียงอย่างเดียวเพียงแต่ว่าความจริงนั้นคืออย่างไรเท่านั้น

การที่โจทก์บรรยายฟ้องในคดีนี้โดยเพียงแต่กล่าวถึงว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่าอย่างไรและเบิกความในชั้นศาลว่าอย่างไร แล้วมาสรุปว่าจำเลยกระทำผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานหรือเบิกความเท็จต่อศาล โดยอ้างว่าถ้าหากข้อความที่จำเลยให้การในชั้นศาลเป็นความจริง การที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนก็ย่อมเป็นเท็จ และถ้าหากข้อความที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นความจริง การเบิกความของจำเลยต่อศาลก็ย่อมเป็นเท็จ เช่นนี้แสดงว่าโจทก์เองก็ไม่ทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร จึงได้เลือกบรรยายฟ้องมาในทางที่ว่าความจริงอาจเป็นดังที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวน หรือเป็นดังที่จำเลยเบิกความต่อศาลอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ขัดกันเองอยู่ในตัว ไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 1806/2523 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายอุบล ภาสีราช จำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2522

โจทก์บรรยายฟ้องเป็นสองตอน ตอนแรกว่าจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนด้วยข้อความอย่างหนึ่งตอนที่สองว่า จำเลยเบิกความต่อศาลด้วยข้อความอีกอย่างหนึ่งไม่ตรงกัน สรุปลงท้ายโจทก์บรรยายว่า จำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4129/2566

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดนำเอาความอันเป็นเท็จไปเบิกความต่อศาลในคดีใดคดีหนึ่งซึ่งความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญแก่คดีที่เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3054/2566

การที่โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาตาม ป.อ. มาตรา 175 โดยกล่าวถึงข้อความซึ่งอ้างว่าจำเลยเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา และได…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 634583)

โจทก์ทั้งสามบรรยายฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3745/2546 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสามกับพวกเป็นจำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้