Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1975/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้รับเหมาทำการก่อสร้างให้จำเลย โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างหรือสินจ้างในผลงานก่อสร้างจากจำเลยถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ค้าฟ้องเรียกร้องเอาค่าจ้างหรือสินจ้างในกิจการนั้น จึงต้องใช้สิทธิฟ้องร้องในอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7)ในกรณีมีมติคณะรัฐมนตรีให้ปรับราคาค่างานรายการก่อสร้างตามดัชนีราคาสินค้าที่สูงขึ้นโดยให้คำนวณ ณ วันที่มีการส่งมอบงานเป็นเกณฑ์เงินเพิ่มปรับราคาค่างานรายการก่อสร้างจึงมิใช่ค่าตอบแทนที่มีข้อผูกพันกันตามสัญญาจ้างเหมาทำการก่อสร้างที่โจทก์กับจำเลยตกลงทำกันไว้แต่เดิม หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างหรือสินจ้างที่เพิ่มขึ้นจากผลงานที่โจทก์พึงได้รับตามมติคณะรัฐมนตรี การฟ้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานจึงเสมือนฟ้องเรียกร้องเอาค่าจ้างหรือสินจ้างจากผู้ว่าจ้าง ซึ่งอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7)จำเลยมีหนังสือไปถึงสำนักงบประมาณขอให้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการจ่ายเงินเพิ่มค่างานสำหรับงานงวดสุดท้ายให้โจทก์หนังสือดังกล่าวเป็นเพียงหนังสือที่จำเลยติดต่อหารือไปยังสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ ไม่ปรากฏว่าจำเลยยอมจะชำระเงินเพิ่มค่างานให้ตามหนังสือนั้นและจำเลยมิได้มีหนังสือดังกล่าวไปถึงโจทก์ จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้อันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินเพิ่มค่างานนับแต่วันที่โจทก์ส่งมอบงานเป็นต้นไป แม้การหน่วงเหนี่ยวไม่ชำระเงินเพิ่มค่างานอาจเป็นการละเมิดต่อโจทก์ แต่คดีโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับความเสียหายอันเกิดจากการหน่วงเหนี่ยวไม่ยอมชำระเงินเพิ่มค่างาน โจทก์ก็อาจบังคับสิทธิเรียกร้องเอาแก่จำเลยที่ 2 ได้ทันทีอายุความต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์ส่งมอบงานเป็นต้นไป หาใช่ตราบใดที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระเงินเพิ่มตราบนั้นการละเมิดยังคงมีอยู่ต่อเนื่องกันตลอดไปไม่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 เมื่อเกิน 1 ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันประพฤติผิดสัญญาและข้อตกลงการจ้างกับข้อตกลงในการจ่ายเงินเพิ่มตามสัญญาปรับราคา ร่วมกันใช้สิทธิโดยไม่สุจริต หน่วงเหนี่ยวและไม่ยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์และบริษัทประสพผล จำกัดการกระทำของจำเลยทั้งสอง ทำให้โจทก์และบริษัทประสพผล จำกัดได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชำระเงินค่าปรับราคาและค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับราคาให้โจทก์และโจทก์ไม่เคยทวงถามค่าปรับราคาจากจำเลย จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดนัด จำเลยไม่เคยหน่วงเหนี่ยวการจ่ายเงินค่าปรับราคารายนี้ ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์และจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นพ่อค้าผู้รับเหมาก่อสร้างมีสิทธิเรียกร้องค่าปรับราคาหรือสินจ้างตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2524 แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2527 เกิน 2 ปีและโจทก์ฟ้องให้จำเลย 2 รับผิดเป็นส่วนตัวในมูลละเมิดโดยโจทก์ทราบการกระทำละเมิดและผู้กระทำละเมิด ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2526 แต่นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2527 เกิน 1 ปีขอให้ยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันสืบพยานโจทก์ว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยและวินิจฉัยว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วไม่จำต้องพิจารณาประเด็นที่เหลือต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่สำหรับจำเลยที่ 1 นั้นที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ใช้สิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินเพิ่มตามมติคณะรัฐมนตรีไม่ใช่ใช้สิทธิเรียกร้องค่าจ้างหรือสินจ้างตามสัญญาจ้างเหมาทำการก่อสร้างท้ายฟ้อง เห็นว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินเพิ่มก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากโจทก์ทำการก่อสร้างตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับจำเลยแล้วมีมติคณะรัฐมนตรีให้ปรับราคาค่างานรายการก่อสร้างตามดัชนีราคาสินค้าที่สูงขึ้นโดยให้คำนวณ ณวันที่มีการส่งมอบงานเป็นเกณฑ์ ดังนี้เงินเพิ่มปรับราคาค่างานรายการก่อสร้างจึงมิใช่เป็นค่าตอบแทนที่มีข้อผูกพันกันตามสัญญาจ้างเหมาทำการก่อสร้างที่โจทก์กับจำเลยตกลงทำกันไว้แต่เดิม

หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างหรือสินจ้างที่เพิ่มขึ้นจากผลงานที่โจทก์พึงได้รับตามมติคณะรัฐมนตรี การฟ้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานจึงเสมือนฟ้องเรียกร้องเอาค่าจ้างหรือสินจ้างจากผู้ว่าจ้างซึ่งอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165 (7) ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าศาลล่างหยิบยกอายุความตามที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165 (7) ขึ้นมาวินิจฉัยตัดฟ้องของโจทก์เป็นการไม่ชอบ นั้นสำหรับปัญหานี้จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์เป็นพ่อค้ารับเหมาก่อสร้างจะต้องฟ้องเรียกร้องเอาค่าปรับราคาภายใน 2 ปีนับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าปรับราคาคือวันที่ 23 มีนาคม 2524 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ส่งมอบงานงวดสุดท้าย แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 31ตุลาคม 2527 เกิน 2 ปีคดีโจทก์ขาดอายุความเห็นว่าข้อเท็จจริงจากคำคู่ความฟังได้ว่า

โจทก์เป็นผู้รับจ้างเหมาทำการก่อสร้างให้จำเลย โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าจ้างหรือสินจ้างในผลงานก่อสร้างจากจำเลย ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ค้าฟ้องเรียกร้องเอาค่าจ้างหรือสินจ้างในกิจการนั้น จึงต้องใช้สิทธิเรียกร้องในอายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165 (7) ข้อตัดฟ้องของจำเลยมีอยู่แล้วตามคำให้การ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และเนื่องจากปรากฏจากคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2524โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินเพิ่มได้ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ปรับราคาค่างานรายการก่อสร้างตามดัชนีราคาที่สูงขึ้น ส่วนเงินเพิ่มค่างานเป็นจำนวนเงินเท่าไรให้คำนวณณ วันที่มีการส่งมอบงานเป็นเกณฑ์จึงต้องถือว่า

โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินเพิ่มค่างาน นับตั้งแต่วันที่23 มีนาคม 2524 เป็นต้นไปโจทก์เพิ่งมาฟ้องเรียกร้องเอาเงินจำนวนนี้เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2527 เกิน 2 ปีคดีโจทก์ย่อมขาดอายุความที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือลงวันที่29 กันยายน 2525 และลงวันที่ 21 มีนาคม 2526 ถึงสำนักงบประมาณขอให้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการจ่ายเงินเพิ่มค่างานสำหรับงานงวดสุดท้ายให้โจทก์ ปรากฏตามหนังสือของสำนักงบประมาณตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง หมายเลข 5 ซึ่งต้องถือเป็นปริยายว่าจำเลยที่ 1 ยอมรับตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2526 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ นั้นแม้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามฎีกาของโจทก์เห็นว่าเป็นเพียงจำเลยที่ 1 มีหนังสือติดต่อหารือไปยังสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่

ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินเพิ่มค่างานให้ตามหนังสือนั้นและข้อที่สำคัญจำเลยที่ 1มิได้มีหนังสือดังกล่าวไปถึงโจทก์จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้อันเป็นเหตุทำให้อายุความสะดุดหยุดลงแต่อย่างใด สำหรับในส่วนเกี่ยวกับจำเลยที่ 2

ที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อโจทก์ส่งมอบงานงวดสุดท้ายแล้วจำเลยที่ 2 ได้หน่วงเหนี่ยวการชำระค่าจ้างให้โจทก์ ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ต่อเนื่องกันตลอดมานั้น เห็นว่าได้วินิจฉัยมาแล้วว่าโจทก์รู้อยู่แล้วว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้ฝ่ายจำเลยชำระเงินเพิ่มค่างานนับตั้งแต่วันที่โจทก์ส่งมอบงานเป็นต้นไป ดังนี้ แม้การหน่วงเหนี่ยวไม่ชำระเงินเพิ่มค่างานอาจเป็นการละเมิดต่อโจทก์คดีโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับความเสียหายอันเกิดจากการหน่วงเหนี่ยวไม่ยอมชำระเงินเพิ่มค่างาน โจทก์ก็อาจบังคับสิทธิเรียกร้องเอาแก่จำเลยที่ 2 ได้ทันทีอายุความก็ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์ส่งมอบงานคือวันที่ 23 มีนาคม 2524 เป็นต้นไปหาใช่ตราบใดที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระเงินเพิ่ม ตราบนั้นการละเมิดยังคงมีอยู่ต่อเนื่องกันตลอดไปไม่โจทก์มายื่นฟ้องจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2527 เกิน 1 ปีแล้วคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · จำนง นิยมวิภาต · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้