Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 และมีการขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าเป็นภรรยาของจำเลยที่ 3 แต่มิได้บรรยายให้เห็นว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าวอย่างใด ผู้ร้องย่อมมิได้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดได้.คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 4,784,657.53 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแต่จำเลยทั้งสามไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 12655แขวงบางโคล่ (บ้านทวาย) เขตยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ 3 พร้อมตึกแถว 4 คูหา ออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้มีชื่อจำเลยที่ 3 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 วันขายทอดตลาดผู้ร้องในฐานะภรรยาจำเลยที่ 3 ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกยึดได้มอบฉันทะให้นายเรืองศักดิ์ คำภู ทนายความเข้าฟังการขายทอดตลาดในการขายทอดตลาดมีผู้เข้าสู้ราคาเพียงคนเดียว คือนายสุวิทย์ สุธรรมบุตรซึ่งเสนอซื้อที่ดินและตึกแถวในราคา 1,120,000 บาท ทนายผู้ร้องคัดค้านว่าเป็นการขายทอดตลาดครั้งแรกและมีผู้เข้าสู้ราคาเพียงคนเดียว ราคาที่เสนอซื้อก็ต่ำกว่าราคาที่แท้จริง ขอให้เลื่อนการขายทอดตลาดออกไป ผู้ร้องจะนำผู้มีชื่อมาซื้อได้ในราคาที่สูงกว่าราคาที่นายสุวิทย์เข้าสู้ราคา แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิคัดค้าน การขายทอดตลาดดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่โจทก์และนายสุวิทย์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดยื่นคำคัดค้านว่าการขายทอดตลาดชอบแล้ว ผู้ร้องมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพราะผู้ร้องเป็นเพียงภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามความหมายของมาตรา 280(1)แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องข้อแรกก่อนว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียตามกฎหมายที่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 บัญญัติว่า เพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในภาคนี้ บุคคลต่อไปนี้ให้ถือว่ามีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา(1) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา และในกรณีที่มีการอายัดสิทธิเรียกร้องลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้น...ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องบรรยายในคำร้องแต่เพียงว่าผู้ร้องเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดออกขายทอดตลาดเท่านั้นมิได้บรรยายให้เห็นว่าผู้ร้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์ดังกล่าวอย่างใดจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ได้..."พิพากษายืน. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2535บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ กรุงไทย จำกัดโจทก์นาง กอ บกุล เจียมศิริกาญจน์ผู้ร้องห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส โอ เอ อาร์ น้ำกลั่น กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 280, ม. 296 วรรคสองโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 และมีการขายทอดตลาด

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าเป็นภรรยาของจำเลยที่ 3 แต่มิได้บรรยายให้เห็นว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าวอย่างใด ผู้ร้องย่อมมิได้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดได้.คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 4,784,657.53 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแต่จำเลยทั้งสามไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 12655แขวงบางโคล่ (บ้านทวาย) เขตยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ 3 พร้อมตึกแถว 4 คูหา ออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้มีชื่อจำเลยที่ 3 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

ผู้ร้องเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 วันขายทอดตลาดผู้ร้องในฐานะภรรยาจำเลยที่ 3 ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกยึดได้มอบฉันทะให้นายเรืองศักดิ์ คำภู ทนายความเข้าฟังการขายทอดตลาดในการขายทอดตลาดมีผู้เข้าสู้ราคาเพียงคนเดียว คือนายสุวิทย์ สุธรรมบุตรซึ่งเสนอซื้อที่ดินและตึกแถวในราคา 1,120,000 บาท ทนายผู้ร้องคัดค้านว่าเป็นการขายทอดตลาดครั้งแรกและมีผู้เข้าสู้ราคาเพียงคนเดียว ราคาที่เสนอซื้อก็ต่ำกว่าราคาที่แท้จริง ขอให้เลื่อนการขายทอดตลาดออกไป ผู้ร้องจะนำผู้มีชื่อมาซื้อได้ในราคาที่สูงกว่าราคาที่นายสุวิทย์เข้าสู้ราคา แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิคัดค้าน การขายทอดตลาดดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต

ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่โจทก์และนายสุวิทย์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดยื่นคำคัดค้านว่าการขายทอดตลาดชอบแล้ว ผู้ร้องมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพราะผู้ร้องเป็นเพียงภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามความหมายของมาตรา 280(1)แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องข้อแรกก่อนว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียตามกฎหมายที่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 บัญญัติว่า เพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในภาคนี้ บุคคลต่อไปนี้ให้ถือว่ามีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา(1) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา และในกรณีที่มีการอายัดสิทธิเรียกร้องลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้น...

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องบรรยายในคำร้องแต่เพียงว่าผู้ร้องเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดออกขายทอดตลาดเท่านั้นมิได้บรรยายให้เห็นว่าผู้ร้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์ดังกล่าวอย่างใดจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้