Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยไม่เคยมีภรรยา ได้รักใคร่ชอบพอกับผู้เสียหายผู้เสียหายหนีบิดามาอยู่กับจำเลยโดยสมัครใจเป็นเวลาประมาณ6 เดือน แล้วจึงกลับไปอยู่กับบิดาเนื่องจากถูกมารดาจำเลยขับไล่มิใช่เพราะถูกจำเลยทอดทิ้ง หลังจากนั้นบิดาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลยข้อหาพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร จำเลยส่งญาติผู้ใหญ่ไปทำพิธีขอขมา บิดาผู้เสียหายยอมรับการขอขมาและยอมรับว่าจำเลยเป็นบุตรเขย จำเลยอยู่บ้านผู้เสียหายหนึ่งคืนแล้วออกจากบ้านผู้เสียหายไปทำนาที่จังหวัดนครปฐมและไม่กลับไปหาผู้เสียหายอีกเลย ผู้เสียหายเองก็ไม่ต้องการกลับไปอยู่กินกับจำเลยที่บ้านของจำเลย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อเป็นภรรยาหาใช่เพื่อการอนาจารไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 จำคุก 6 เดือน

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่า ผู้เสียหายมีความรักใคร่กับจำเลยมาก่อนและผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยกับจำเลย การกระทำของจำเลยขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 โจทก์มิได้อุทธรณ์ คงอุทธรณ์เฉพาะจำเลยฝ่ายเดียว และศาลอุทธรณ์ก็ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าจำเลยยังไม่มีความผิดเพราะมิใช่เป็นการพรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติได้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยรักใคร่ชอบพอกันมาก่อน ในคืนเกิดเหตุผู้เสียหายออกจากบ้านไปชมภาพยนตร์ที่วัดทุ่งยาวแล้วลักลอบหนีบิดามาอยู่กับจำเลยโดยสมัครใจ

ปรากฏว่า จำเลยไม่เคยมีภรรยามาก่อน จำเลยพาผู้เสียหายไปพักอยู่บ้านต้นสำโรง จังหวัดนครปฐม เป็นเวลาถึง 2 เดือน แล้วพากันกลับไปอยู่บ้านจำเลยอีกประมาณ 4 เดือน ผู้เสียหายจึงกลับไปอยู่บ้านของตน ขณะนั้นผู้เสียหายตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน การที่ผู้เสียหายกลับมาอยู่กับบิดาก็เนื่องจากถูกมารดาของจำเลยขับไล่ มิใช่เป็นเพราะถูกจำเลยทอดทิ้งแต่อย่างใด หลังจากนั้นบิดาผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำเลยจัดส่งญาติผู้ใหญ่มาติดต่อทำพิธีขอขมาบิดาผู้เสียหายโดยมอบเงินให้ 1,600 บาท พร้อมดอกไม้ธูปเทียน บิดาผู้เสียหายยอมรับการขอขมาและยอมรับว่าจำเลยเป็นบุตรเขย ขอขมาบิดาผู้เสียหายแล้วจำเลยอยู่บ้านผู้เสียหายคืนหนึ่ง วันรุ่งขึ้นจำเลยออกจากบ้านผู้เสียหายไปทำนาที่อำเภอบางเลน

จังหวัดนครปฐม และไม่กลับมาอีก บิดาผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยเพิ่งมีภรรยาใหม่ จึงแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลย ข้อที่ว่าจำเลยมีภรรยาใหม่เป็นเพียงคำเบิกความลอย ๆ ของบิดาผู้เสียหาย ส่วนผู้เสียหายมิได้เบิกความยืนยันในเรื่องนี้ประการใด ข้อเท็จจริงยังไม่น่าเชื่อถือ ระหว่างที่จำเลยทำนาอยู่ที่อำเภอบางเลน ผู้เสียหายมีจดหมายถึงจำเลยตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อความในจดหมายตอนหนึ่งระบุว่า เป็นตายอย่างไร ผู้เสียหายก็ไม่ขอไปอยู่บ้านจำเลยอีก แสดงว่าผู้เสียหายเองก็ไม่ต้องการที่จะกลับไปอยู่กินกับจำเลยที่บ้านของจำเลย การที่จำเลยไม่ได้พาผู้เสียหายไปด้วย จึงถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดของจำเลยฝ่ายเดียว พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวแสดงว่าจำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อเป็นภรรยาหาใช่เพื่อการอนาจารแต่อย่างใดไม่ จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้