Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อ. กับพวกบังคับให้ผู้เสียหายถอดทรัพย์สินต่าง ๆ ให้โดยพวกคนร้ายจับผู้เสียหายไว้ อ. บอกผู้เสียหายว่า ลูกพี่ใหญ่ของตนมาแล้ว จากนั้นประมาณ 10 นาที จำเลยขับรถจักรยานยนต์ มาที่เกิดเหตุ พูดคุยกับ อ. อ. เล่าเรื่องให้จำเลยฟังจำเลยถามผู้เสียหายว่าบ้านอยู่ที่ไหน จำเลยเอาทรัพย์สิน ของผู้เสียหายไป และมอบแหวนของผู้เสียหายให้ อ. สวมไว้ แล้วจำเลยขับรถออกไป จึงไม่แจ้งชัดว่าจำเลยสมคบกับอ. และพวกวางแผนเพื่อตระเตรียมการมาเพื่อปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย กับจำเลยมาที่เกิดเหตุหลังจากการปล้นทรัพย์สำเร็จและขาดตอนไปแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยร่วมกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดอันถึงถือได้ว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมปล้นทรัพย์ แต่การที่ จำเลยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป จำเลยมีความผิดฐานรับของโจร แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ แต่กรณีถือได้ว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง แต่มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสารสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรได้ไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสาม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี83 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 3,450 บาทแก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีดังกล่าวด้วยจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุก 18 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 3,450 บาท แก่ผู้เสียหาย นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ 956/2540 ของศาลจังหวัดนครปฐมส่วนคดีหมายเลขดำที่ 780/2540 ของศาลชั้นต้นยังไม่มีคำพิพากษาจึงไม่นับโทษต่อให้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง จำคุก 3 ปี ยกฟ้องความผิดฐานปล้นทรัพย์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายอนันต์ศิริ พรมแสง ผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า นายโอฬารและพวกอีก 3 คนบังคับให้ผู้เสียหายถอดแหวน สร้อยข้อมือและสร้อยคอพร้อมพระเลี่ยมทองคำให้โดยพวกคนร้ายจับตัวผู้เสียหายไว้ เมื่อได้ทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว นายโอฬารบอกผู้เสียหายว่าลูกพี่ใหญ่ของตนมาแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที จำเลยก็ขับรถจักรยานยนต์ตรงเข้ามาที่เกิดเหตุและเดินไปพูดคุยกับนายโอฬาร นายโอฬารจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้จำเลยฟัง จำเลยถามผู้เสียหายว่าบ้านอยู่ไหนแล้วจำเลยเก็บเอาทรัพย์สินต่าง ๆ ของผู้เสียหายจากนายโอฬารไปแต่ได้มอบแหวนของผู้เสียหายให้นายโอฬารสวมไว้แล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์ไปทางหลังวัด

ร้อยตำรวจเอกนันทรังสรรค์ สอนเจตน์ผู้จับกุมนายโอฬารและจำเลยเบิกความว่า เมื่อได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายแล้ว ได้ให้ผู้เสียหายพาไปจับกุมคนร้าย ผู้เสียหายชี้ให้จับกุมนายโอฬารได้ขณะยังสวมแหวนของผู้เสียหายอยู่นายโอฬารให้การรับว่า ขณะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปมีพวก คือนายเก่ง นายเอกและจำเลย โดยจำเลยเป็นผู้เอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปบางส่วนตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 เห็นว่าตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 นายโอฬารรับว่าได้ปล้นทรัพย์ผู้เสียหายโดยร่วมกับนายสมศักดิ์หรือคิง เปี่ยมทองคำและนายเอกโดยนายโอฬารเป็นคนถอดแหวนของผู้เสียหายเก็บไว้ นายเอกเป็นคนล้วงเงินสดและถอดสร้อยคอเงินพร้อมพระเลี่ยมทองคำ และสร้อยข้อมือเงินไปด้วย โดยนายสมศักดิ์หรือคิงคอยคุมเชิงอยู่ใกล้

ๆ ซึ่งในคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายตามเอกสารหมาย จ.15 กลับระบุว่านายสมศักดิ์ เปี่ยมทองคำ มีชื่อเล่นว่า นายเจ๋งหรือเก๋ง ดังนั้นผู้ที่ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1จึงไม่ใช่จำเลย พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังได้ความไม่แจ้งชัดว่าจำเลยร่วมสมคบกับนายโอฬารและพวกคนร้ายวางแผนหรือตระเตรียมการมาปล้นผู้เสียหาย และยังได้ความจากผู้เสียหายว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในที่เกิดเหตุหลังจากนายโอฬารและพวกเอาทรัพย์ไปจากผู้เสียหายแล้วเป็นเวลาถึง 10 นาทีซึ่งการปล้นทรัพย์สำเร็จและขาดตอนไปแล้ว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยร่วมกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดอันถึงถือได้ว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมปล้นทรัพย์แต่การที่จำเลยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปจากนายโอฬารและพวกโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดซึ่งเข้าลักษณะปล้นทรัพย์

การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจร แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ แต่กรณีถือได้ว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องระหว่างการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์กับรับของโจร มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสามศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · จำรูญ แสนภักดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้