Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลฎีกามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ และขับไล่ ท. ระหว่างบังคับคดี จำเลยได้ยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ไว้ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) อยู่ในเขตที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินที่จำเลยครอบครองและใช้ประโยชน์ และจำเลยเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินพิพาท โดยรับมอบการครอบครองมาจาก ท. โดยชอบ จนได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท กับมีสิทธิยึดหน่วงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) คำให้การของจำเลยดังกล่าวจึงขัดแย้งกันไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทว่า ที่ดินพิพาทกับที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นที่ดินคนละแปลงกันหรือไม่ และจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท กรณีจึงรับฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ว่า ที่ดินพิพาทกับที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวแม้จำเลยไม่ใช่คู่ความในคดีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาก็ตาม แต่คำพิพากษาในคดีดังกล่าวก็ใช้ยันจำเลยผู้เป็นบุคคลภายนอกได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคสอง (2) การที่จำเลยให้การรับว่าได้รับที่ดินพิพาทมาจาก ท. ซึ่งไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่จำเลยได้ อันเป็นการรับมอบที่ดินพิพาทโดยเด็ดขาด มิใช่เพื่อประกันการชำระหนี้แล้วได้ครอบครองโดยสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 1 ปี ทำให้ได้สิทธิครอบครอง โดยไม่ได้ให้การว่าจำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์ด้วยเหตุประการอื่น จำเลยจึงไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทตามบทบัญญัติข้างต้น โจทก์ย่อมเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ไว้ แม้ว่า ท. ยังไม่ได้ชำระเงินยืมและดอกเบี้ยให้จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 ตำบลขุย อำเภอชุมพวง (กิ่งอำเภอลำทะเมนชัย) จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา เมื่อปี 2540

โจทก์ฟ้องขับไล่นายทวี ออกจากที่ดินพิพาท และศาลฎีกามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ และขับไล่นายทวีและบริวารปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2544 ระหว่างบังคับคดีปรากฏว่าจำเลยได้ยึดถือต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ดังกล่าวไว้โจทก์มีความจำเป็นต้องนำต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ไปทำนิติกรรมจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารห้ามยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท และให้จำเลยส่งคืนต้นฉบับเอกสารสิทธิแก่โจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉยเป็นการยึดถือเอกสารสิทธิของโจทก์โดยไม่ชอบและไม่สุจริต และเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

ขอคิดค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 ตำบลขุย อำเภอชุมพวง (กิ่งอำเภอลำทะเมนชัย) จังหวัดนครราชสีมา ให้โจทก์ หากเอกสารดังกล่าวสูญหายให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาชุมพวง ออกใบแทนใหม่แก่โจทก์ โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบเอกสารสิทธิตามฟ้องคืนและจำเลยกับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะที่ดินพิพาทเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่ ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 เมื่อประมาณปลายปี 2526 นายทวีซึ่งมีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายแต่ผู้เดียวมอบการครอบครองที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 ให้แก่จำเลยเป็นประกันหนี้ที่นายทวีกู้ยืมเงินจากจำเลย ซึ่งปัจจุบันนายทวีก็ยังไม่ได้ชำระหนี้นั้น และภายหลังจากที่ได้รับมอบการครอบครองแล้ว จำเลยก็ครอบครองที่ดินดังกล่าวตลอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยโจทก์และผู้อื่นไม่เคยเข้าทำประโยชน์หรือรบกวนการครอบครองของจำเลยแต่ประการใด

จำเลยจึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยได้รับโอนการครอบครองที่ดินพิพาทต่อจากนายทวี แล้วครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของและมีสิทธิยึดหน่วงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 ไว้จนกว่าจำเลยจะได้รับชำระหนี้จนครบถ้วน โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระค่าเสียหายเนื่องจากจำเลยไม่ได้ใช้ที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยใช้ที่ดินพิพาทโดยสิทธิของจำเลยเอง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 ตำบลขุย อำเภอชุมพวง (กิ่งอำเภอลำทะเมนชัย) จังหวัดนครราชสีมา แก่โจทก์ กับให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 ตำบลขุย อำเภอชุมพวง (กิ่งอำเภอลำทะเมนชัย) จังหวัดนครราชสีมา ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไปและให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 1 ตุลาคม 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) คืนโจทก์ และจำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าว กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 4,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความศาลชั้นต้น 3,000 บาท และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,500 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำให้การและคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยระบุว่า ที่ดินตามหนังสือรรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 อยู่ในเขตที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินที่จำเลยครอบครองและใช้ประโยชน์ แล้วยังได้ระบุว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 โดยรับมอบการครอบครองมาจากนายทวีโดยชอบ จนได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท กับมีสิทธิยึดหน่วงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 เนื่องจากจำเลยยังไม่ได้รับชำระคืนเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจากนายทวี คำให้การของจำเลยดังกล่าวจึงขัดแย้งกันไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทว่า ที่ดินพิพาทกับที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นที่ดินคนละแปลงกันหรือไม่ และจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)

เลขที่ 2266 หรือไม่ กรณีจึงรับฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ว่า ที่ดินพิพาทกับที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน และโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2544 แม้จำเลยไม่ใช่คู่ความในคดีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาก็ตาม แต่คำพิพากษาในคดีดังกล่าวก็ใช้ยันจำเลยผู้เป็นบุคคลภายนอกได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคสอง (2) ดังนั้น เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้ที่ดินพิพาทมาจากนายทวี ซึ่งไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่จำเลยได้อันเป็นการรับมอบที่ดินพิพาทโดยเด็ดขาด มิใช่เพื่อการประกันการชำระหนี้ดังที่กล่าวไว้ในคำให้การครั้งแรก แล้วได้ครอบครองโดยสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 1 ปี

ทำให้ได้สิทธิครอบครอง โดยไม่ได้ให้การว่าจำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์ด้วยเหตุประการอื่น จำเลยจึงไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทตามบทบัญญัติข้างต้น โจทก์ย่อมเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2266 ไว้ แม้ว่านายทวียังไม่ได้ชำระเงินยืมและดอกเบี้ยให้จำเลยดังที่จำเลยฎีกา กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · อร่าม เสนามนตรี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้