Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและการชำระหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ มิได้เข้าร่วมประชุมและมิได้เสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง นั้น มิใช่เหตุตามป.พ.พ. มาตรา 1195 อันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนการประชุมตลอดทั้งมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าว แต่เป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงที่มีต่อกันซึ่งหากโจทก์ได้รับความเสียหายประการใดในฐานะที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 มีต่อจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว โจทก์จะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากฝ่ายที่โจทก์เห็นว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 ที่ให้ตั้งกรรมการบริษัทโดยให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นและให้ตั้งกรรมการใหม่ โดยให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 เข้าร่วมประชุม และให้มีกรรมการที่จำเลยที่ 2 เสนอชื่อเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กับให้เสนอตั้งโจทก์และนายเทพเป็นหนึ่งในกรรมการนั้นด้วย หากจำเลยที่ 2 ไม่เสนอชื่อกรรมการเข้าร่วมบริหารบริษัทจำเลยที่ 1 ก็ให้โจทก์พ้นภาระความรับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ทั้งหมดของบริษัทจำเลยที่ 1 ที่มีต่อจำเลยที่ 2 และห้ามมิให้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 กระทำการใดๆ เกี่ยวกับกิจการของบริษัทจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำพิพากษาว่า ฟ้องโจทก์อ้างสภาพแห่งข้อหาว่า จำเลยที่ 2 ละเลยมิได้เสนอชื่อแต่งตั้งกรรมการในบริษัทจำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับธนาคารมหานคร จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 2 เข้าถือเอาผลประโยชน์ หนี้สิน ทรัพยสิน ภาระผูกพันต่างๆ เป็นของตนเนื่องจากได้มีการควบรวมธนาคารมหานคร จำกัด เข้ากับจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ละเลยหาได้ปฏิบัติหน้าที่ของตน ปล่อยให้จำเลยที่ 2 ละเลยไม่มีคณะกรรมการควบคุมดูแลจำเลยที่ 1 โดยกล่าวอ้างว่ากรรมการฝ่ายของจำเลยที่ 2 สมยอมรู้เห็นเป็นใจกับฝ่ายของจำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 โดยที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 วรรคหนึ่ง

บัญญัติว่าถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ แต่โจทก์กลับขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 ที่ให้ตั้งกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 กับห้ามมิให้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 กระทำการใดๆ เกี่ยวกับกิจการบริษัทจำเลยที่ 1 โดยมิได้ฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทน ทั้งการประชุมวิสามัญที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนก็ปรากฏจากคำฟ้องโจทก์เองว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างบริษัทจำเลยที่ 1 กับธนาคารมหานคร จำกัด มิได้ฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทจำเลยที่ 1 หรือได้มีการลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

โจทก์จึงหามีสิทธิขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าวไม่ แม้โจทก์จะมีคำขอบังคับให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นและแต่งตั้งกรรมการใหม่ โดยให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 เข้าร่วมประชุมให้มีกรรมการตามข้อตกลงดังกล่าว ก็หาก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมนี้ไม่ ทั้งนี้เพราะหากจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 กับจำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 กระทำการตามที่โจทก์กล่าวอ้างมาในคำฟ้องแล้วก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1 โจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นก็มีสิทธิเพียงเรียกเอาสินไหมทดแทนในนามบริษัทจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 1169 เท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่อาจขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าวได้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 จึงยังคงเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 โดยชอบ ศาลจึงไม่อาจพิพากษาห้ามมิให้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 กระทำการใดๆ เกี่ยวกับกิจการของจำเลยที่ 1 ได้ พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและเคยเป็นกรรมการจำเลยที่ 1 มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทจำเลยที่ 1 ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2543 เรื่องการถอดถอนกรรมการ การกำหนดจำนวนกรรมการ การเลือกตั้งกรรมการและการแก้ไขอำนาจกรรมการของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและชำระหนี้ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2532 มิได้เข้าร่วมประชุมและเสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการจำเลยที่ 1 อันเป็นการขัดต่อข้อตกลงข้อ 5.3 และโจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาฝ่ายที่สาม ในฐานะผู้ค้ำประกันต้องได้รับความเสียหาย

ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หมวด 4 ส่วนที่ 3 วิธีจัดการบริษัทจำกัด มาตรา 1195 ให้สิทธิแก่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งได้นัดเรียกหรือประชุมกันหรือลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทได้ ปรากฏว่าข้ออ้างที่โจทก์ยกขึ้นเป็นเหตุฟ้องคดีนี้คือ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อและการชำระหนี้ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2532 ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพิเศษ มิได้เข้าร่วมประชุมและมิได้เสนอบุคคลเข้าเป็นกรรมการเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงข้อ 5.3 นั้น

หาใช่เหตุตามบทบัญญัติมาตรา 1195 อันก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะฟ้องเพิกถอนการประชุมตลอดทั้งมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าวไม่ แต่เป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงที่มีต่อกัน ซึ่งหากโจทก์ได้รับความเสียหายประการใดในฐานะที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 มีต่อจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ก็ชอบที่โจทก์จะต้องพิจารณาว่า โจทก์จะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากฝ่ายที่โจทก์เห็นว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตนได้หรือไม่ แต่โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นฎีกาเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 อีกต่อไป ศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · มนตรี ยอดปัญญา · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้