Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1959/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญา โจทก์ถูกฟ้องหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 ว่าจำเลยได้รับคำบอกเล่าจากผู้อื่นถึงเรื่องที่โจทก์ยอมรับกันผู้นั้นว่าเป็นผู้พรากผู้เยาว์ไปจริง คำเบิกความดังกล่าวชั้นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่ประกอบการรับฟังว่าโจทก์ได้พรากผู้เยาว์ไปจริงหรือไม่ ถือได้ว่าโจทก์บรรยายฟ้องให้เห็นว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเท็จเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไรแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๗๔/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะหากศาลเชื่อความเท็จนั้น โจทก์จะถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ วรรค ๒, ๑๘๑(๑)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อกล่าวหาตามฟ้องมีอัตราโทษจำคุกเกินกว่า ๓ ปี เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวพิจารณาพิพากษา ที่ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษานายเดียวพิจารณาคำฟ้องและมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี ขัดต่อพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๒(๕) เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง แต่เมื่อถึงวันนัดเห็นว่า คดีไม่จำต้องไต่สวนมูลฟ้องต่อไปให้งด แล้ววินิจฉัยว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ตามที่โจทก์ฟ้อง ก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้เบิกความอันเป็นเท็จ เป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร เพราะโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าข้อความอันเป็นเท็จดังที่จำเลยเบิกความเป็นประเด็นอันเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไร จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีอาญาเลขดำที่ ๒๗๔/๒๕๑๖ หมายเลขแดงที่ ๒๕๑/๒๕๑๗ ของศาลจังหวัดมีนบุรีนั้น โจทก์ถูกฟ้องเป็นจำเลยหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๒ ข้อสำคัญในคดีดังกล่าวก็คือ จำเลย(โจทก์คดีนี้) ได้พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจริงหรือไม่ ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบังอาจเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาของศาลว่า "นางสาวเพลินบุตร โจทก์ (นางสุไลคอ) หายไปเมื่อไร ข้าฯไม่ทราบ แต่หายไปแล้ว ๒-๓ วัน มีนายก๊บน้องชายจำเลยแท้ ๆ มาที่บ้านโจทก์ ข้าฯไปคุยกับโจทก์อยู่ก่อนเรื่องนาวสาววเพลินหาย............................. นายก๊บพูดว่า

ลูกของจำเลยที่ ๑ (นายสมศักดิ์) เรียกนายก๊บมาที่บ้านของจำเลยที่ ๑ นายก๊บจึงถามจำเลยที่ ๑ ว่า เอ็งรู้ไหมเด็กหายไปไหน จำเลยที่ ๑ บอกนายก๊บว่า กูเอาไปเอง จะทำไป....................." นั้น ย่อมแสดงว่าจำเลยได้รู้เห็นว่าโจทก์ยอมรับกับนายก๊บว่าเป็นผู้พรากนางสาวเพลินผู้เยาว์ไปจริง คำเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่ประกอบการรับฟังว่าโจทก์ได้พรากผู้เยาว์ไปจริงหรือไม่ จึงเป็นข้อสำคัญในคดี ถือได้ว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเท็จเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างไรแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายิวธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี (กฤษณ์ โสภิตกุล ยงยุทธ เลอลภ เดช วุฒิสิงห์ชัย)()ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายส่งศักดิ์ เปรมวุติศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันทน์

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3054/2566

การที่โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาตาม ป.อ. มาตรา 175 โดยกล่าวถึงข้อความซึ่งอ้างว่าจำเลยเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา และได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4129/2566

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดนำเอาความอันเป็นเท็จไปเบิกความต่อศาลในคดีใดคดีหนึ่งซึ่งความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญแก่คดีที่เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2563

การร้องทุกข์มิใช่เป็นการทำนิติกรรม โจทก์ร่วมที่ 1 จึงกระทำเองได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพรากโจทก์ร่วมที่ 1 ไปเพื่อการอนาจาร จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 634583)

โจทก์ทั้งสามบรรยายฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3745/2546 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสามกับพวกเป็นจำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7290/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควรพราก น. ผู้เสียหายที่ 2 อายุ 17 ปีเศษ ซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจาก ว. ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้