Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำให้การของจำเลยมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่าสัญญาประนีประนอมระหว่างโจทก์กับลูกหนี้ในคดีเรื่องก่อน ทำให้หนี้ตามสัญญากู้ระงับสิ้นไป อันทำให้จำเลยผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา 698 คำให้การจำเลยกล่าวแต่เพียงว่าสัญญาประนีประนอมยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ ส. ลูกหนี้ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา 700 เท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ในการชี้สองสถาน จำเลยยังแถลงรับว่า ที่จำเลยไม่ต้องรับผิดก็เพราะโจทก์ยอมผ่อนเวลาให้ ส. โดยจำเลยมิได้ยินยอม การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยอีกทั้งที่โจทก์ได้ฟ้อง ส. และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว ย่อมเป็นฟ้องซ้ำ ดังนี้ คำแถลงรับของจำเลยประกอบคำให้การสู้คดี ทำให้เห็นได้ชัดแจ้งว่า จำเลยมิได้ประสงค์จะยกประเด็นข้อกฎหมายว่าสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับ อันทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา 698 ขึ้นสู้คดี จำเลยจึงมิได้บรรยายไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การเพียงแต่จำเลยสรุปไว้ท้ายคำให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดโดยหลักกฎหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698, 850, 851, 852 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 จึงไม่ทำให้เกิดประเด็นข้อนี้ เมื่อถือว่าจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับ ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา 698 แล้ว การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกประเด็นข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ จึงเป็นการนอกประเด็น คู่ความจะยกประเด็นข้อนี้ขึ้นอุทธรณ์ฎีกาต่อมาไม่ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 25/2511)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ที่นายเสนาะกู้ไปจากโจทก์ โจทก์ได้ฟ้องนายเสนาะ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลผ่อนใช้เงินให้แก่โจทก์ โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์นายเสนาะแล้ว คงค้างเงินอีก ๗,๙๗๙.๑๕ บาท โจทก์คิดเพียง ๗,๙๗๙ บาท ขอให้จำเลยชำระพร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ

จำเลยให้การว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้นายเสนาะโดยจำเลยมิได้ทราบยินยอมด้วย นอกจากนี้ได้ตกลงผ่อนเวลาให้นายเสนาะในชั้นศาลโดยทำสัญญาประนีประนอมกับนายเสนาะ โดยจำเลยมิได้ยินยอมด้วยจำเลยย่อมหลุดพ้น ฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับนายเสนาะในคดีแดงที่ ๗/๒๕๑๐ ของศาลจังหวัด ทำให้จำเลยหลุดพ้น พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับนายเสนาะไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้น ศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญในประเด็น พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีสืบพยานต่อไป แล้วมีคำพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้พิจารณาโดยที่ประชุมใหม่แล้ว เห็นว่า คำให้การสู้คดีของจำเลยมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับนายเสนาะลูกหนี้ ทำให้หนี้ตามสัญญากู้ระงับสิ้นไป อันทำให้จำเลยผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๖๙๘คำให้การจำเลยกล่าวเพียงว่า สัญญาประนีประนอมยอมความผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่นายเสนาะลูกหนี้ ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๗๐๐ เท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ในการชี้สองสถาน จำเลยยังได้แถลงรับว่า ที่จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ก็เพราะโจทก์ผ่อนเวลาให้นายเสนาะโดยจำเลยมิได้ยินยอม การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยอีกทั้งที่โจทก์ได้ฟ้องนายเสนาะและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว ย่อมเป็นฟ้องซ้ำ

ศาลฎีกาเห็นว่าคำแถลงรับของจำเลยประกอบคำให้การสู้คดี ทำให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมิได้ประสงค์จะยกประเด็นข้อกฎหมายว่าสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับ อันทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๖๙๘ ขึ้นต่อสู้คดี จำเลยจึงมิได้บรรยายไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การ เพียงแต่จำเลยสรุปไว้ท้ายคำให้การว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดโดยหลักกฎหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๙๘, ๘๕๐, ๘๕๑, ๘๕๒ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ ฉะนั้น จึงไม่ทำให้เกิดประเด็นข้อนี้ เมื่อถือว่าจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับ ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๖๙๘ แล้วการที่ศาลชั้นต้นหยิบยกประเด็นข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์จึงเป็นการนอกประเด็นข้อต่อสู้

คู่ความจะยกประเด็นข้อนี้ขึ้นอุทธรณ์ฎีกาต่อมาไม่ได้ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัย และเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามประเด็นแห่งคดี

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต · ชลอ บุปผเวส
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
ศาลอุทธรณ์ - นายทำนอง ดิศวนนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้