คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ที่นายเสนาะกู้ไปจากโจทก์ โจทก์ได้ฟ้องนายเสนาะ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลผ่อนใช้เงินให้แก่โจทก์ โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์นายเสนาะแล้ว คงค้างเงินอีก ๗,๙๗๙.๑๕ บาท โจทก์คิดเพียง ๗,๙๗๙ บาท ขอให้จำเลยชำระพร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ
จำเลยให้การว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้นายเสนาะโดยจำเลยมิได้ทราบยินยอมด้วย นอกจากนี้ได้ตกลงผ่อนเวลาให้นายเสนาะในชั้นศาลโดยทำสัญญาประนีประนอมกับนายเสนาะ โดยจำเลยมิได้ยินยอมด้วยจำเลยย่อมหลุดพ้น ฯลฯ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับนายเสนาะในคดีแดงที่ ๗/๒๕๑๐ ของศาลจังหวัด ทำให้จำเลยหลุดพ้น พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับนายเสนาะไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้น ศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญในประเด็น พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีสืบพยานต่อไป แล้วมีคำพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้พิจารณาโดยที่ประชุมใหม่แล้ว เห็นว่า คำให้การสู้คดีของจำเลยมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับนายเสนาะลูกหนี้ ทำให้หนี้ตามสัญญากู้ระงับสิ้นไป อันทำให้จำเลยผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๖๙๘คำให้การจำเลยกล่าวเพียงว่า สัญญาประนีประนอมยอมความผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่นายเสนาะลูกหนี้ ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๗๐๐ เท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ในการชี้สองสถาน จำเลยยังได้แถลงรับว่า ที่จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ก็เพราะโจทก์ผ่อนเวลาให้นายเสนาะโดยจำเลยมิได้ยินยอม การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยอีกทั้งที่โจทก์ได้ฟ้องนายเสนาะและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว ย่อมเป็นฟ้องซ้ำ
ศาลฎีกาเห็นว่าคำแถลงรับของจำเลยประกอบคำให้การสู้คดี ทำให้เห็นได้โดยชัดแจ้งว่าจำเลยมิได้ประสงค์จะยกประเด็นข้อกฎหมายว่าสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับ อันทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๖๙๘ ขึ้นต่อสู้คดี จำเลยจึงมิได้บรรยายไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การ เพียงแต่จำเลยสรุปไว้ท้ายคำให้การว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดโดยหลักกฎหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๙๘, ๘๕๐, ๘๕๑, ๘๕๒ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ ฉะนั้น จึงไม่ทำให้เกิดประเด็นข้อนี้ เมื่อถือว่าจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับ ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา ๖๙๘ แล้วการที่ศาลชั้นต้นหยิบยกประเด็นข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์จึงเป็นการนอกประเด็นข้อต่อสู้
คู่ความจะยกประเด็นข้อนี้ขึ้นอุทธรณ์ฎีกาต่อมาไม่ได้ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัย และเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามประเด็นแห่งคดี
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน