Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1955/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หัวหน้าแผนกประกันภัยและสอบสวนขององค์การโจทก์ได้ทำหนังสือตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในระเบียบของโจทก์ ซึ่งออกตามความในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์(ร.ส.พ.) พ.ศ. 2496 มาตรา 21,22 ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ในทันทีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นอันมีผลเท่ากับเป็นการปฎิบัติงานตามหน้าที่ของผู้อำนวยการของโจทก์และแทนผู้อำนวยการของโจทก์ ทวงถามให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2523 ถือได้ว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วอย่างช้าตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2523 เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 9 สิงหาคม 2525 จึงเกินกว่า 1 ปี คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรก จำเลยที่ 1 กระทำความผิดทางอาญา ข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ซึ่งเป็นคดีลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 102 อายุความทางอาญามีกำหนด 1 ปี เท่ากับคดีละเมิดต้องบังคับตามอายุความทางแพ่งซึ่งมีกำหนด 1 ปี ฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความเช่นกัน เมื่อคดีได้ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิด เนื่องจากฟ้องของโจทก์ขาดอายุความเรียกร้องแล้ว จำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนก็ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันเกิดการละเมิด จำเลยให้การต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่โจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าคดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ หากโจทก์ไม่สืบหรือสืบไม่ได้ก็ต้องถือว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลมีนายสุรศักดิ์ ฉวีวงศ์เป็นผู้อำนวยการมีอำนาจดำเนินคดีแทน จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 4 จำเลยที่ 2 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 3 เป็นผู้แทนและหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 4 เป็นบริษัทจำกัด จำเลยที่ 2 และที่ 4 มีส่วนได้เสียและผลประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับและร่วมกันเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 5 ได้แสดงตนเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 2โดยเข้าทำกิจการของจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 6 เป็นบริษัทจำกัดผู้รับประกันวินาศภัยและประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1ขับ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2523 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์ด้วยความประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์เพิ่งรู้การละเมิดและตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม2525 ขอให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 358,461.70บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธหลายประการรวมทั้งต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาในชั้นนี้มีว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ค่าเสียหายของโจทก์มีจำนวนเท่าใดและจำเลยทั้งหกจะต้องรับผิดเพียงใดหรือไม่ปัญหาเรื่องอายุความ คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดจากจำเลยทั้งหกเมื่อพ้นปีหนึ่งโดยอ้างว่าเพิ่งรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และจำเลยทั้งหกให้การต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ภาระการพิสูจน์จึงตกโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าคดีของตนไม่ขาดอายุความ หากไม่สืบหรือสืบไม่ได้ก็ต้องถือว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วโจทก์มีนายสมนึก ทวิชาโรดม ปากเดียวเบิกความลอย ๆ ว่าเมื่อระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2525 พยานไปตรวจพบว่าไม่มีใครรายงานเรื่องนี้ให้ผู้อำนวยการทราบ

พยานจึงรายงานให้ผู้อำนวยการทราบเรื่องทั้งหมดเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2525 ซึ่งนายสุรศักดิ์ ฉวีวงศ์ ผู้อำนวยการในขณะนั้นได้สั่งฟ้องเมื่อเดือนพฤษภาคม 2525 นั้นเอง โจทก์ไม่มีพยานหรือเอกสารอื่นมาสนับสนุนอีก ทั้ง ๆ ที่ควรจะมี เช่นรายงานการเกิดเหตุและการติดตามเรื่อง ตลอดจนรายงานของนายสมนึกและคำสั่งที่นายสุรศักดิ์ให้ฟ้อง เป็นต้น ยิ่งกว่านั้นคำเบิกความของนายสมนึกยังขัดกับคำเบิกความของนายสุรศักดิ์ที่ว่าตนมารับตำแหน่งผู้อำนวยการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2525 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่นายสมนึกอ้างว่านายสุรศักดิ์สั่งฟ้อง นับเป็นพิรุธ พยานโจทก์ที่นำสืบเรื่องอายุความ จึงไม่มีน้ำหนัก นอกจากนี้ข้อเท็จจริงยังฟังได้จากทางนำสืบของทั้งสองฝ่ายว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลมีผู้อำนวยการเป็นผู้จัดการและดำเนินการของโจทก์

ทั้งเป็นตัวแทนโจทก์ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเพื่อการนี้ผู้อำนวยการอาจมอบให้บุคคลใด ๆปฏิบัติกิจการบางอย่างแทน ในเมื่อคณะกรรมการกำหนดไว้ในข้อบังคับว่าให้ปฏิบัติแทนกันได้นั้นก็ได้ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) พ.ศ. 2496 มาตรา 21 และมาตรา 22 ซึ่งผู้อำนวยการโจทก์ได้ออกระเบียบองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะหรือล้อเลื่อน พ.ศ. 2519 ไว้ด้วยแล้ว ตามเอกสารหมาย จ.5ตามระเบียบดังกล่าวเป็นการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นนับแต่ผู้ขับขี่ผู้ควบคุมยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ประกันภัยและสอบสวนรวมทั้งกองกฎหมาย ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนประเมินราคาค่าเสียหายหาผู้รับผิดตลอดจนกำหนดตัวกรรมการให้เสร็จ

เฉพาะกรณีที่บุคคลภายนอกต้องรับผิดในบรรดาค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน ก็ได้กำหนดไว้ในข้อ 15 ให้พนักงานประกันภัยและสอบสวนเจ้าของเรื่องผู้จัดการ ร.ส.พ.เขต หรือผู้จัดการ ร.ส.พ. สาขา หรือหัวหน้าแผนกผู้รับผิดชอบในเขตท้องที่ยานพาหนะหรือล้อเลื่อนเกิดอุบัติเหตุแล้วแต่กรณี เป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้รับเงินค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนนำส่ง ร.ส.พ. ภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันรับเงินแสดงว่าผู้อำนวยการโจทก์ได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทำการแทนในกรณีต่าง ๆเป็นการแน่ชัดไว้แล้ว ใช้ถือปฏิบัติ ได้ทั่วประเทศดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ทำการแทนนั้น ๆ จึงมีผลเท่ากับเป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่ของผู้อำนวยการเอง คดีนี้ปรากฏว่านายยงยุทธ

เขียวต่าย หัวหน้าแผนกประกันภัยและสอบสวนของโจทก์ในขณะเกิดเหตุยืนยันว่าเป็นผู้ทำหนังสือทวงถามจำเลยที่ 1ที่ 6 และที่ 4 ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามเอกสารหมาย ล.1,ล.3 และ ล.4 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2523 สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 5 แม้จะไม่มีหลักฐานการทวงถามเป็นหนังสือจากโจทก์แต่นายทวี พลบุญมี เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเกี่ยวกับอุบัติเหตุรายนี้ของโจทก์ยืนยันว่าได้แจ้งความเสียหายของโจทก์ให้จำเลยทราบและมีหนังสือให้จำเลยชำระแก่โจทก์แล้ว จึงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้ทราบมาก่อนแล้วว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 จะต้องร่วมรับผิดในมูลละเมิดนี้ด้วย ประกอบกับการทวงถามดังกล่าวเป็นการทวงถามของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของโจทก์

ทำไปในนามของโจทก์ทำถึงบุคคลภายนอก ทั้งนายสุรศักดิ์ ยังยืนยันด้วยว่า เมื่อมีการชำระหนี้ตามหนังสือทวงถามหนี้เป็นอันระงับ แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นการกระทำแทนผู้อำนวยการโจทก์จึงถือได้ว่าโจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว อย่างช้าก็ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2523 ซึ่งเป็นวันทวงถาม เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 9 สิงหาคม 2525 จึงเกินกว่า 1 ปี คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 วรรคแรก ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ปรากฏว่าการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดทางอาญาด้วย จึงต้องดูว่าอายุความทางอาญายาวกว่าทางแพ่งคือละเมิดนี้หรือไม่ปรากฏจากรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย

จ.4 ว่าพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยที่ 1 ในความผิดทางอาญาเพียง 400 บาท ข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157จึงเป็นคดีลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 102 และมีอายุความ1 ปีเท่ากับคดีละเมิด ต้องบังคับตามอายุความทางแพ่งคือ 1 ปีอายุความฟ้องคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 จึงขาดแล้วเช่นกันส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ 6 นั้น โจทก์ในฐานะบุคคลภายนอกฟ้องให้จำเลยที่ 6 รับผิดแทนผู้เอาประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 6 รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับมาทำละเมิดไว้แต่เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยที่ 2 และที่ 4 ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดเนื่องจากฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรียกร้องจากจำเลยทั้งสองนี้แล้ว

จำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนก็ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 ไม่จำต้องวินิจฉัยถึงปัญหาข้ออื่นอีกต่อไปที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้