Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินช่วยพิเศษซึ่งจ่ายให้ในกรณีข้าราชการตายในระหว่างรับราชการเป็นจำนวนสามเท่าของอัตราเงินเดือน ในอัตราที่ถือจ่ายอยู่เมื่อถึงแก่ความตายนั้น มิใช่เงินเดือนของข้าราชการ แต่เป็นเงินพิเศษอีกส่วนหนึ่งซึ่งทางราชการจ่ายให้เมื่อข้าราชการผู้นั้นถึงแก่ความตายแล้ว จะตกได้แก่ผู้ใด ต้องเป็นไปตามที่พระราชกฤษฎีกาบัญญัติไว้ จึงมิใช่มรดกของข้าราชการซึ่งถึงแก่ความตาย เพราะมิใช่เป็นเงินที่ผู้ตายมีอยู่ขณะถึงแก่ความตายเงินสะสมเป็นเงินที่ทางราชการหักเก็บไว้จากเงินเดือนของข้าราชการทุกเดือน โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งจะจ่ายคืนเมื่อข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการ เงินสะสมจึงเป็นมรดกของข้าราชการซึ่งถึงแก่ความตาย เพราะเป็นเงินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ถึงแก่ความตาย หากแต่ทางราชการยังไม่ได้จ่ายให้ เพราะยังไม่ถึงคราวที่จะต้องจ่าย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ให้ร่วมกันรับผิดใช้เงินที่นายเสถียรผู้ตายสามีจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียนอู่ทองไปในระหว่างนายเสถียรเป็นครูใหญ่โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับมรดกของนายเสถียรผู้ตาย

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยึดและอายัดที่ดิน 1 แปลง เรือน 1 หลัง ปืนพก 2 กระบอก พร้อมด้วยเงินพิเศษช่วยข้าราชการที่ถึงแก่กรรม 6,000 บาท และเงินสะสมของผู้ตาย 6,218.66 บาทไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์ดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยถือว่าเงินพิเศษช่วยข้าราชการที่ถึงแก่กรรมและเงินสะสมเป็นมรดกของผู้ตายด้วย จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจ่ายเงินเดือนเงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2505 มาตรา 21 บัญญัติว่า "ข้าราชการผู้ใดตายในระหว่างรับราชการให้จ่ายเงินเดือนจนถึงวันที่ถึงแก่ความตาย นอกจากนี้ให้จ่ายเงินอีกจำนวนหนึ่งเรียกว่าเงินช่วยพิเศษเป็นจำนวนสามเท่าของอัตราเงินเดือนในอัตราที่ถือจ่ายอยู่เมื่อถึงแก่ความตาย ฯลฯ" และมาตรา 24 บัญญัติว่า "เงินเดือนที่จ่ายตามมาตรา 21 ฯลฯ เป็นทรัพย์สินของผู้ตายในขณะตายและให้จ่ายแก่ผู้มีสิทธิควรได้ตามกฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก เงินช่วยพิเศษตามมาตรา 21 ฯลฯ ให้จ่ายให้แก่บุคคลซึ่งข้าราชการผู้ตายได้แสดงเจตนาระบุไว้เป็นหนังสือตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด

ถ้าข้าราชการผู้ตายมิได้แสดงเจตนาระบุไว้ตามวรรคสอง หรือบุคคลซึ่งข้าราชการผู้ตายได้แสดงเจตนาระบุไว้ได้ตายไปเสียก่อนก็ให้จ่ายให้แก่บุคคลตามลำดับก่อนหลัง ดังต่อไปนี้ 1. คู่สมรส ฯลฯ" นอกจากนี้ตามมาตรา 24 วรรคท้าย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506 มาตรา 3 ยังบัญญัติว่า "ในกรณีที่ทางราชการมีความจำเป็นต้องเข้าเป็นผู้จัดการศพผู้ตาย เพราะไม่มีผู้ใดเข้าจัดการศพในเวลาอันสมควรก็ให้ทางราชการหักค่าใช้จ่ายจากเงินช่วยพิเศษที่ต้องจ่ายพระราชกฤษฎีกานี้ได้เท่าที่จ่ายจริง แล้วมอบส่วนที่เหลือให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับ" ดังนั้น เงินช่วยพิเศษข้าราชการที่ถึงแก่ความตายตามบทกฎหมายนี้จึงเห็นได้ชัดว่ามิใช่เงินเดือนของข้าราชการ แต่เป็นเงินพิเศษอีกส่วนหนึ่งที่ทางราชการจ่ายให้เมื่อข้าราชการผู้นั้นถึงแก่ความตายแล้ว และเงินนี้ก็มิใช่เงินอันเป็นมรดกของข้าราชการที่ตายผู้นั้นด้วย

เพราะมิใช่เป็นเงินที่ข้าราชการผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ผู้ตายถึงแก่ความตาย เงินนี้จะตกได้แก่ผู้ใดก็ต้องเป็นไปตามที่พระราชกฤษฎีกาบัญญัติไว้ หาใช่เป็นมรดกได้แก่ทายาทของผู้ตายเช่นเงินเดือนไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ตายได้แสดงเจตนาระบุไว้ก่อนตายว่าจะให้จ่ายแก่ผู้ใด เงินจำนวนนี้จึงตกเป็นของบุคคล เช่น จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สมรสและไม่อยู่ในความรับผิดในหนี้สินของนายเสถียร ศรีพุฒตาล ผู้ตาย โจทก์จึงจะขอให้อายัดเงินจำนวนนี้ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาเพราะถือว่าเป็นมรดกของผู้ตายมิได้ ส่วนเงินสะสมนั้น เป็นเงินที่ทางราชการหักเก็บไว้จากเงินเดือนของข้าราชการทุกเดือน โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 5)

พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ซึ่งเมื่อข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการจึงจะรวบรวมเอาจ่ายคืนให้ ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าหากข้าราชการผู้นั้นถึงแก่ความตาย เงินสะสมนี้ย่อมเป็นมรดกของผู้ตายอย่างชัดแจ้ง เพราะเป็นเงินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะที่ผู้ตายถึงแก่ความตาย หากแต่ทางราชการยังไม่ได้จ่ายให้เพราะยังไม่ถึงคราวที่จะต้องจ่ายเท่านั้น เมื่อเงินสะสมมีลักษณะดังนี้ เงินสะสมของนายเสถียร ศรีพุฒตาล ผู้ตายในคดีนี้จึงอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีเรื่องนี้ด้วย โจทก์จึงขอให้อายัดเงินสะสมของผู้ตายรายนี้ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาได้ตามความเห็นของสองศาลล่าง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นให้ยกคำขออายัดเงินช่วยพิเศษข้าราชการที่ถึงแก่กรรมระหว่างรับราชการของนายเสถียร ศรีพุฒตาล ผู้ตาย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน · สนับ คัมภีรยส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้