คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกหนองแสงปากดง ซึ่งเป็นหนองสาธารณะประโยชน์ นายอำเภอได้สั่งให้จำเลยเลิกทำการบุกรุก จำเลยขัดขืน จึงขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๓๔ (๒)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง ปรับ ๒๕ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า หนองพิพาท เป็นหนองสาธารณะประโยชน์ สำหรับราษฎรใช้ด้วยกัน และอยู่ในหน้าที่กรมการอำเภอแวง ตรวจตรารักษา ไม่ให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว ตามความในมาตรา ๑๒๒ แห่ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ นายอำเภอแวงจึงมีอำนาจสั่งให้จำเลยเลิกทำการบุกรุกได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยขัดขืนต้องมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๓๔ ข้อ ๒ดังโจทก์อ้างมา
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลจังหวัดร้อยเอ็ด