Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1952/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว มีสิทธิได้รับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1)ศาลอุทธรณ์มีอำนาจเพียงแต่พิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ เอกสารและพยานหลักฐานในสำนวน ไม่มีอำนาจที่จะไปวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็น ที่ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนายเชื่อม พัวพันธ์ นางเสริม ศรีกล่ำ ซึ่งอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ พ.ศ. 2485 จนนายเชื่อมถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2509 แต่มิได้จดทะเบียนสมรส โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว บิดาโจทก์มีมรดกเป็นที่ดิน 1 แปลง โฉนดที่ 836 เนื้อที่ 10 ไร่ 60 ตารางวา ราคา 30,000 บาท อยู่ในความครอบครองของจำเลยซึ่งเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์ จำเลยไม่ยอมรับหนังสือและไม่ยอมแบ่งให้ ขอให้พิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกที่ดินโฉนดที่ 836ตามส่วนที่โจทก์ควรได้คือ 1 ไร่ 107 ตารางวาครึ่ง หรือให้จำเลยลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดที่ดินดังกล่าว ถ้าจำเลยไม่สามารถจัดการตามคำขอในข้อ 1 ก็ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดที่ดิน แล้วแบ่งเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้โจทก์ตามส่วนที่โจทก์จะพึงได้รับ

จำเลยให้การว่า สามีจำเลยไม่เคยได้เสียกับนางเสริม ศรีกล่ำสามีจำเลยมิได้แจ้งทะเบียนคนเกิดว่าโจทก์เป็นบุตร มิได้ยอมให้ใช้นามสกุล ไม่เคยอุปการะเลี้ยงดู ไม่เคยให้การศึกษา ไม่เคยแสดงให้ปรากฏแก่คนทั่วไปว่าโจทก์เป็นบุตร ที่พิพาทไม่ใช่มรดก แต่เป็นสินส่วนตัวของจำเลย จำเลยนำไปเป็นประกันเงินกู้ 60,000 บาท นำมาทำศพสามีจำเลย โจทก์ไม่มีส่วนแบ่งในที่พิพาท ส่วนแบ่งตามฟ้องคำนวณไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่พิพาทราคาไร่ละ 40,000 บาท คู่ความตกลงกันตีราคาที่พิพาทไร่ละ 8,000 บาท ที่ดินที่โจทก์ฟ้องราคา 10,140 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดที่ 836 ให้โจทก์ 3 งาน 80 เศษห้าส่วนแปด ตารางวา ถ้าจำเลยไม่สามารถจัดการดังกล่าวได้ให้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดที่ 836 ในกรณีเช่นนี้ให้หักค่าใช้จ่ายในการทำศพเจ้ามรดกออก 7,000 บาทก่อน ส่วนที่เหลือแบ่งให้โจทก์ตามส่วน

จำเลยอุทธรณ์ว่า เจ้ามรดกไม่ได้เป็นผู้แจ้งทะเบียนคนเกิดว่าโจทก์เป็นบุตร ไม่ได้รับรองว่าโจทก์เป็นบุตร จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นบุตรของเจ้ามรดก ซึ่งจะมีสิทธิได้รับมรดกรายพิพาท โจทก์แก้อุทธรณ์ และกล่าวในคำแก้อุทธรณ์ว่า ที่ศาลแพ่งพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินโฉนดที่ 836 จำนวนเนื้อที่ 3 งาน 80 เศษห้าส่วนแปด ตารางวา นั้น โจทก์เห็นว่าชอบแล้ว

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดที่ 836 ให้โจทก์ 1 ไร่ 107 ตารางวาครึ่ง หรือให้จำเลยยอมให้โจทก์ลงชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดเท่าจำนวนที่โจทก์มีสิทธิ ถ้าไม่สามารถจัดการดังกล่าวได้ ให้ขายทอดตลาดทรัพย์พิพาททั้งแปลงเอาเงินแบ่งให้โจทก์ตามส่วน ส่วนค่าทำศพเจ้ามรดกไม่ว่ากรณีแบ่งที่ดินหรือให้ลงชื่อร่วมหรือขายทอดตลาดให้โจทก์ชำระ 1 ใน 4 ตามส่วนที่ได้รับมรดก แต่มีความเห็นแย้ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟังได้ว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกรับรองแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิได้รับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1) ส่วนปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นที่ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์ แล้วพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งมรดกเพิ่มขึ้น และจ่ายค่าทำศพเพิ่มขึ้นได้หรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะวินิจฉัยคดี โดยเพียงแต่พิจารณาฟ้องอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ เอกสาร และพยานหลักฐานในสำนวนคดีนี้ เมื่อจำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาว่าโจทก์มิใช่บุตรของเจ้ามรดกศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจที่จะไปวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นที่ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์ และไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุปผเวส · เฉลิม สถิตย์ทอง · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้