Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1948/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามลักทรัพย์แต่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์ แต่จำเลยใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้าง ตู้.เอ.ที.เอ็ม.ของธนาคารผู้เสียหายแตกเสียหาย ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และการที่จำเลยนำสืบรับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวบรรยายในฟ้องว่าจำเลยได้ใช้ค้อนทุบกระจกผู้เสียหายแตกได้รับความเสียหายจริงแต่กระทำเพื่อระบายความเครียด เช่นนี้จำเลยจึงมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2540 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยใช้ค้อนยาวประมาณ 30 เซนติเมตร จำนวน1 ด้าม ทุบผนังกระจกธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)สาขาย่อยถนนสุขาภิบาล 1 ผู้เสียหายจนแตกเสียหาย อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์แล้วลักเอาธนบัตรชนิดต่าง ๆ จำนวน 2,000,000 บาท ของผู้เสียหายที่เก็บไว้ในเครื่องเบิกเงินอัตโนมัติไปโดยทุจริต จำเลยลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด เนื่องจากเจ้าพนักงานพบการกระทำความผิดและจับจำเลยได้พร้อมค้อน 1 ด้าม ถุงมือ 1 คู่และกระเป๋า 1 ใบไว้เป็นของกลาง จำเลยจึงไม่สามารถลักเอาธนบัตรของผู้เสียหายไปได้ เหตุเกิดที่แขวงบางแค เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 80, 33 ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(3) วรรคสาม ประกอบมาตรา 80 จำคุก 4 ปีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ของกลางคืนเจ้าของโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยได้ใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้างเครื่องเบิกเงินอัตโนมัติหรือตู้ เอ.ที.เอ็ม. ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยถนนสุขาภิบาล 1แตกเสียหายมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีสิบตำรวจตรีโกวิท ภูหนองโอง มาเบิกความเป็นพยานว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 2 นาฬิกา ขณะที่พยานออกตรวจท้องที่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงธนว่ามีคนร้ายเข้าไปในธนาคารกสิกรไทย

จำกัด สาขาย่อยถนนสุขาภิบาล 1จึงเดินทางไปยังที่เกิดเหตุใช้เวลาประมาณ 5 นาทีพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 คน และพบจำเลยกำลังวิ่งห่างจากธนาคารประมาณ 50 เมตร จึงติดตามจับกุมจำเลยได้ จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบว่ามีกระจกที่ผนังของธนาคารแตกขนาดแมวลอดเข้าไปได้เพียงแห่งเดียว ไม่มีรอยงัดแงะอย่างอื่นตู้ เอ.ที.เอ็ม. ไม่ได้รับความเสียหาย นายอำนาจ เลิศพูลทรัพย์ พยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารที่เกิดเหตุเบิกความว่าคืนเกิดเหตุเมื่อได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายมาทำลายทรัพย์สินและจะเข้าไปลักทรัพย์ของธนาคารจึงได้ไปยังที่เกิดเหตุพบว่ากระจกด้านข้างตู้ เอ.ที.เอ็ม. ซึ่งมีเงินในตู้ประมาณ 2,000,000 บาท ถูกทุบแตกปรากฏตามภาพถ่ายหมาย

จ.6 รอยกระจกที่แตกไม่เกี่ยวกับตู้ เอ.ที.เอ็ม. ตู้ เอ.ที.เอ็ม. ไม่มีร่องรอยความเสียหายเห็นว่า แม้จำเลยจะใช้ค้อนทุบกระจกที่ติดกับตู้ เอ.ที.เอ็ม.ด้านล่างแตกขนาดแมวลอดเข้าไปได้ แต่ตัวจำเลยก็ไม่สามารถลอดเข้าไปภายในธนาคารได้และตรงที่จุดกระจกแตกซึ่งปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.6 ก็ไม่เกี่ยวกับ ตู้ เอ.ที.เอ็ม. ซึ่งมีเงินเก็บอยู่ภายใน จำเลยไม่มีทางที่จะล้วงเอาเงินที่เก็บอยู่ในตู้ เอ.ที.เอ็ม. ไปได้เลย ของกลางที่ยึดได้ก็มีเพียงค้อน 1 ด้ามถุงมือ 1 คู่ และกระเป๋า 1 ใบ ซึ่งไม่อาจใช้งัดตู้ เอ.ที.เอ็ม.เพื่อเอาเงินที่เก็บอยู่ภายในตู้ออกมาได้ ทั้งนับแต่สิบตำรวจตรีโกวิทได้รับแจ้งทางวิทยุจนไปถึงที่เกิดเหตุก็เป็นเวลานานประมาณ 5 นาที

หากจำเลยมีเจตนาที่จะลักเอาเงินที่เก็บอยู่ในตู้ เอ.ที.เอ็ม. จำเลยก็น่าจะใช้ค้อนทุบตู้ เอ.ที.เอ็ม.ให้แตกเสียหาย แล้วใช้เครื่องมืองัดแงะ งัดและเอาเงินที่เก็บอยู่ในตู้ เอ.ที.เอ็ม. แล้วรีบหลบหนีไปโดยไม่รออยู่นานถึง 5 นาทีจนกระทั่งถูกจับกุมเป็นแน่ กรณีอาจเป็นเรื่องที่จำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์ แต่จำเลยใช้ค้อนทุบกระจกเพื่อระบายความเครียดดังที่จำเลยอ้างก็ได้ แม้โจทก์จะมีคำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยมาเป็นพยาน แต่จำเลยก็ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาและอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเอกสารที่มีข้อความแล้วมาให้จำเลยลงชื่อโดยไม่ได้อ่านข้อความให้ฟัง พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วแต่การที่จำเลยใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้าง ตู้ เอ.ที.เอ็ม.ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยถนนสุขาภิบาล 1แตกเสียหาย ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งแม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ผู้เสียหาย แต่จำเลยก็นำสืบรับว่าได้ใช้ค้อนทุบกระจกผู้เสียหายแตกได้รับความเสียหายเพื่อระบายความเครียดจำเลยจึงมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสาม ส่วนค้อนของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์จึงต้องริบพิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือนจำเลยเป็นหญิงมีบุตร 1 คน ยังเล็กอยู่ ได้กระทำผิดเนื่องจากเกิดความเครียดเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยทำความผิดมาก่อนให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด1 ปี ริบค้อนของกลางคำขออื่นให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · วินัส เรืองอำพัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้