Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โคของจำเลยที่ 3 ถูกคนร้ายลักไปฆ่าเอาเนื้อขายให้ผู้เสียหายและพวกการที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันเรียกร้องเอาเงินค่าโคจากผู้เสียหาย ถ้าไม่ให้จะเอาตำรวจจับตัวมาดำเนินคดีฐานรับของโจร ผู้เสียหายกลัวจะถูกดำเนินคดีจึงยอมรับใช้และให้เงินแก่จำเลยที่ 3 เจ้าของโค ดังนี้ จะถือว่าเป็นการข่มขืนใจโดยขู่เข็ญผู้เสียหายหาได้ไม่ จำเลยยังไม่มีความผิดฐานกรรโชก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2511 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสี่คนร่วมกันข่มขืนใจนายจันดี ตลาดเงิน นายตุ่น คณารักษ์ นายจีน ชนะเพีย และนายมูล จันดอก ให้ยอมให้เงินแก่จำเลยคนละ 375 บาท มิฉะนั้นจะให้ตำรวจจับบุคคลทั้งสี่ดำเนินคดีฐานรับซื้อของโจรบุคคลทั้งสี่มีความกลัว จึงมอบเงินคนละ 375 บาท ให้จำเลยไปเหตุเกิดที่ตำบลห้วยหิน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337, 83 และขอให้สั่งจำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,500 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสี่คนให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 จำคุกคนละ 2 ปี ลดโทษ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้จำเลยที่ 1 แล้วคงจำคุกนายจ้าวจำเลยที่ 1 ไว้ 1 ปี 4 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,500 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสี่เว้นแต่นายจ้าวจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า

จำเลยไม่มีเจตนาทุจริต ยังไม่มีความผิดเป็นเหตุลักษณะคดีศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1ที่ไม่ได้อุทธรณ์ด้วย พิพากษากลับ ยกฟ้องปล่อยจำเลยทั้งสี่คนโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่คนศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า โคของนายตุ๋ยจำเลยที่ 3 ถูกคนร้ายลักไป 2 ตัว ราคา 4,000 บาท ต่อมาสืบทราบว่านายทีและนายคำมีเป็นคนร้ายลักเอาไปฆ่าขายเนื้อโคให้ผู้เสียหายกับผู้อื่นอีกหลายคน นายตุ๋ยจำเลยที่ 3 และนายทูลจำเลยที่ 4 จึงไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้านไว้เป็นหลักฐาน และได้เรียกร้องเอาเงินค่าโคที่ถูกคนร้ายลักเอาไปฆ่าจากผู้เสียหายคนละ 375 บาท โดยมีจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ช่วยเรียกร้องด้วย ผู้เสียหายได้ให้เงินไป

ส่วนผู้ซื้อเนื้อโคคนอื่นไม่ให้ นายตุ๋ยจำเลยที่ 1 จึงกล่าวหาว่ารับซื้อเนื้อโคของโจรจนศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วตามคดีแดงที่ 1578/2511 และแดงที่ 1580/2511 ของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ปัญหาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานกรรโชกหรือไม่ วินิจฉัยว่าการที่จำเลยทั้งสามได้ร่วมกับนายตุ๋ยจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของโคเรียกร้องเอาเงินค่าโคจากผู้เสียหายผู้ซื้อเนื้อโคคนละ 375 บาท ถ้าไม่ให้จะเอาตำรวจจับตัวมาดำเนินคดีฐานรับซื้อเนื้อโคของร้าย ผู้เสียหายกลัวจะถูกดำเนินคดีจึงยอมรับใช้และให้เงินแก่นายตุ๋ยจำเลยที่ 3 เจ้าของโค ซึ่งการเรียกร้องเอาเงินนั้นก็มิใช่เป็นประโยชน์ส่วนตัวของนายจ้าวจำเลยที่ 1 นายคูณจำเลยที่ 2 และนายทูลจำเลยที่ 4 แต่เพื่อประโยชน์ของเจ้าของโคโดยเฉพาะ

ดังนี้ การที่จำเลยทั้งสี่เรียกร้องเอาเงินในพฤติการณ์เช่นนี้ จะถือว่าเป็นการข่มขืนและขู่เข็ญผู้เสียหายหาได้ไม่ เพราะนายตุ๋ยจำเลยที่ 3เจ้าของโคมีความชอบธรรมที่จะฟ้องผู้เสียหายทางอาญาฐานรับของโจรได้การเรียกร้องเอาเงินก็เพื่อตกลงคดีกันต่างหาก ทั้งจำนวนเงินที่เรียกร้องถ้าได้ครบทั้ง 11 คนก็มีจำเลยไล่เรี่ยกับราคาโคที่ถูกลักไป ฉะนี้แล้วจึงหาใช่เป็นเรื่องจำเลยมีเจตนาทุจริตไม่ จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีความผิดฐานกรรโชกดังโจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้ยกฎีกาของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · วินัย ทองลงยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้