Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 19407)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถวของโจทก์โดยเทียบเคียงกับตึกแถวที่อยู่บนถนนเดียวกัน มีสภาพเช่นเดียวกันได้แม้โจทก์จะได้รับค่าเช่าเดือนละ 100-300 บาทต่อห้อง แต่ผู้เช่าต้องชำระเงินช่วยค่าก่อสร้างถึงรายละ 420,000 บาทต่อห้อง ย่อมถือว่าเป็นค่าเช่าที่ชำระล่วงหน้าเพื่อคำนวณเป็นค่าเช่ารายปีในการประเมินค่าภาษีได้ แม้ความจริงโจทก์จะไม่ได้รับเงินช่วยค่าก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นผู้รับไปก็หาเป็นข้อสำคัญไม่ เพราะโจทก์จะลงทุนก่อสร้างเองหรือจะให้ผู้อื่นลงทุน โจทก์ย่อมคาดคะเนแล้วว่าโจทก์ได้ผลประโยชน์ตอบแทนใกล้เคียงกัน.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2528 และ 2529สำหรับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์รวม 94 ห้อง ต่อมาโจทก์ได้รับใบแจ้งรายการประเมินจากจำเลยที่ 1 โดยกำหนดค่ารายปีและให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินรวม357,000 บาท โจทก์ได้ชำระเงินค่าภาษีดังกล่าวแล้ว แต่โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วย จึงได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่ 2 พิจารณาใหม่ โดยโจทก์ยินดีเสียรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 178,500 บาทต่อมาโจทก์ได้รับคำชี้ขาดจากจำเลยที่ 2 ให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ประเมิน โจทก์เห็นว่าการประเมินไม่ชอบด้วยเหตุผลเพราะโจทก์ได้รับค่าเช่าเพียงเดือนละ 80 บาท

ถึง 300 บาท ต่อหนึ่งคูหา คำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ทำให้โจทก์ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นถึง 178,000บาท จึงขอให้ศาลพิพากษาลดหย่อนภาษีโรงเรือนและที่ดินของโจทก์ กับให้เพิกถอนการประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.8) ของจำเลยที่ 1 และให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีจำนวน 178,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การว่า อัตราค่าเช่าโรงเรือนดังกล่าวของโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้างไว้ในคำฟ้องนั้น ไม่ใช่จำนวนเงินอันสมควรให้เช่า เพราะในการทำสัญญาเช่าโรงเรือนของโจทก์ทั้งหมดนั้น ผู้เช่าแต่ละคนต้องเสียเงินกินเปล่าให้เป็นจำนวนหนึ่ง เงินกินเปล่าจำนวนนั้นย่อมถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าเช่าที่ได้ชำระล่วงหน้าด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 กับให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 เสีย โดยให้ลดค่าภาษีเป็นจำนวนเงิน10,500 บาท และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 10,500 บาทแก่โจทก์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าไม่ชำระภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ก็ให้เสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันครบกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระเสร็จให้โจทก์ โจทก์ทั้งสองสำนวนและจำเลยทั้งสองในสำนวนแรกอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า '...

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 เขตพระนคร ได้ประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถวพิพาทของโจทก์ประจำปี 2528 และ 2529 จำนวน94 รายการ ในอัตราห้องละ 4,200 บาทต่อปีสำหรับตึกแถว 4 ชั้นจำนวน 59 รายการ และห้องละ 3,000 บาทต่อปีสำหรับตึกแถว 3 ชั้นจำนวน 35 รายการ โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ขอให้พิจารณาการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ อ้างว่าโจทก์พอใจเสียภาษีในอัตราห้องละ 2,100 บาทต่อปีสำหรับตึกแถว 4 ชั้น และห้องละ 1,500 บาทต่อปีสำหรับตึกแถว3 ชั้นแต่จำเลยที่ 2 มีคำชี้ขาดยืนตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ปัญหามีว่าการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2ชอบหรือไม่

สำหรับตึกแถว 4 ชั้นของโจทก์ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนประชาธิปไตยและถนนกรุงเกษมนั้น เมื่อศาลภาษีอากรกลางเดินเผชิญสืบสถานที่พิพาทก็ปรากฏว่าตึกแถวพิพาทของโจทก์ทั้งหมดยังมีสภาพใหม่เป็นตึกสำหรับทำการค้า สำหรับถนนประชาธิปไตยนั้นห้ามรถยนต์จอดเฉพาะช่วงเวลา 6.30 นาฬิกา ถึง 9.00 นาฬิกา และ 16.00 นาฬิกาถึง 18.30 นาฬิกา เท่านั้น ส่วนถนนกรุงเกษมนั้นรถยนต์จอดได้ตลอดเวลา จึงถือว่าตึกแถวพิพาท 4 ชั้นของโจทก์ทั้งหมดอยู่ในทำเลการค้าที่ดี แม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้ค่าเช่าเพียงเดือนละ 100 บาทถึง 300 บาทต่อ 1 ห้อง แต่โจทก์ก็ยอมรับว่าผู้เช่าต้องเสียค่าช่วยก่อสร้างถึงรายละ 420,000 บาทเงินจำนวนนี้ย่อมถือว่าเป็นค่าเช่าที่ชำระล่วงหน้าเพื่อคำนวณเป็นค่าเช่ารายปีในการประเมินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินของโจทก์ด้วย

แม้โจทก์จะอ้างว่าความจริงโจทก์มิได้รับเงินจำนวนดังกล่าว แต่ผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นผู้รับไปก็หาเป็นข้อสำคัญไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้น โจทก์ก็ไม่ต้องลงทุนค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาทแต่ประการใด การที่โจทก์ลงทุนก่อสร้างตึกแถวพิพาทเองหรือให้ผู้อื่นมาลงทุนแทนโจทก์โจทก์ย่อมคาดคะเนแล้วว่าโจทก์ได้ผลประโยชน์ตอบแทนใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกัน ผู้เช่าก็จะเสียค่าเช่ารายเดือนและค่าช่วยก่อสร้างเท่ากัน หากพิจารณาจำนวนภาษีที่จำเลยควรได้รับแล้ว ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างตึกแถวพิพาทของโจทก์ไม่ว่าผู้เช่าจะเสียค่าเช่าเพียงเล็กน้อยแต่ต้องจ่ายเงินกินเปล่าหรือเงินช่วยค่าก่อสร้างเป็นเงินก้อนใหญ่ หรือเสียค่าเช่าในอัตราสูงแต่ไม่ต้องจ่ายเงินกินเปล่าหรือเงินช่วยค่าก่อสร้างเลยก็ตาม

จำเลยก็ควรจะได้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินเท่ากัน มิฉะนั้นการเสียภาษีดังกล่าวย่อมจะไม่เป็นธรรมเพราะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ใดลงทุนก่อสร้างและวิธีการชำระค่าเช่า อย่างไรก็ตามสำหรับตึกแถวพิพาท 4 ชั้นของโจทก์นั้น นายฉาย พุ่มศรีใส พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของโจทก์ก็เบิกความรับว่า ตึกแถวแต่ละห้องควรมีค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท และในปี 2525 โจทก์เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถว 4 ชั้นปีละ 1,800 บาทต่อห้อง และตึกแถว 3 ชั้นปีละ 1,500 บาทต่อห้อง นอกจากนี้จำเลยยังมีแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2528 หมายล.2 ของนายสม วงศ์โรจน์ผล มาแสดงว่า นายสมเต็มใจเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถว 4 ชั้นของตน1 ห้อง ซึ่งอยู่ที่ถนนประชาธิปไตยเช่นเดียวกับโจทก์ ปีละ4,200 บาท

เมื่อศาลภาษีอากรกลางเดินเผชิญสืบก็กล่าวไว้ว่าตึกแถวของผู้อื่นที่อยู่บนถนนสายนี้มีสภาพเช่นเดียวกับตึกแถวของโจทก์ ดังนั้นที่จำเลยประเมินภาษีสำหรับตึกแถวของโจทก์โดยเทียบเคียงกับตึกแถวของนายสมที่อยู่บนถนนเดียวกันและมีสภาพเช่นเดียวกันจึงมีเหตุผล ส่วนตึกแถวของโจทก์ที่อยู่ที่ถนนกรุงเกษมนั้น ปรากฏว่ามีทำเลการค้าดีกว่าตึกแถวของโจทก์ที่ถนนประชาธิปไตยเสียอีก เพราะรถยนต์จอดในถนนสายนี้ได้ตลอดเวลา ที่จำเลยประเมินราคาให้โจทก์เสียภาษีเท่ากันจึงชอบแล้ว การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถว 4 ชั้นทุกห้องของโจทก์จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

สำหรับตึกแถวพิพาท 3 ชั้นของโจทก์นั้น โจทก์ก็ยอมรับว่าผู้เช่าต้องเสียเงินกินเปล่าหรือเงินค่าช่วยก่อสร้างเป็นเงินห้องละ 350,000 บาท และต้องเสียค่าเช่ารายเดือนให้โจทก์อีกด้วย โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากเงินค่าช่วยก่อสร้างนี้เพราะโจทก์ไม่ต้องเสียเงินค่าก่อสร้างเองดังได้กล่าวมาแล้ว สำหรับค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินควรกำหนดให้โจทก์เสียห้องละเท่าใดนั้น เห็นว่าในปี 2525 โจทก์ก็เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินห้องละ 1,500 บาทต่อปีอยู่แล้ว ที่จำเลยนำตึกแถวของนางสาวจันทิมา บุญสม ยื่นเสียภาษีปีละ 3,000บาท ตามแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินหมายล.3 มาเปรียบเทียบกับตึกแถวของโจทก์นั้น

พิเคราะห์แล้วตึกแถวของนางสาวจันทิมาเป็นตึกแถว 3 ชั้นครึ่ง ย่อมจะต้องมีค่าเช่าสูงกว่าตึกแถวของโจทก์ซึ่งเป็นตึกแถว 3 ชั้นนอกจากนี้ตึกแถวของนางสาวจันทิมายังอยู่ในซอยเทเวศน์ 3ต่างซอยกับตึกแถวของโจทก์ ย่อมนำมาเทียบเคียงกันได้ไม่สนิทนัก สำหรับตึกแถวของนางบัวศรี ทองศรีเจริญ ซึ่งจำเลยนำมาเปรียบเทียบกับตึกแถวของโจทก์ก็ปรากฏว่าตึกแถวของนางบัวศรีนี้อยู่ในซอยเทเวศน์ 3 เช่นเดียวกับตึกแถวของนางสาวจันทิมา ทั้งตึกแถวของนางบัวศรี 2 ห้องตามแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินหมาย ล.4 ก็ปรากฏว่าตึกแถว 2 ห้องเสียภาษีต่างกัน เพราะเนื้อที่ดินต่างกัน โดยห้องหนึ่งเสียภาษีปีละ 5,143 บาท อีกห้องหนึ่งเสียภาษีปีละ 6,858 บาท

สำหรับตึกแถวพิพาทของโจทก์นั้นอยู่ในซอยนามบัญญัติ เมื่อศาลภาษีอากรกลางเดินเผชิญสืบก็จดบันทึกไว้ว่า ตึกแถวของโจทก์ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถนนแคบ แต่ตามเอกสารหมาย ล.4 ปรากฏว่าตึกแถวของนางบัวศรีนั้นทำการค้าด้วยจึงนำมาเทียบกันไม่ได้การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถว 3 ชั้นทุกห้องของโจทก์จึงไม่ชอบ ที่ศาลภาษีอากรกลางกำหนดให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถว 3 ชั้นห้องละ 2,700 บาทต่อปีนั้นชอบด้วยเหตุผลแล้วอุทธรณ์โจทก์จำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่4, 13, 15, 16, 17 และ 19 ลงวันที่ 21 มกราคม 2530 นั้น ไม่ถูกต้องที่ถูกเป็นคำชี้ขาดเล่มที่ 4 เลขที่ 13, 15, 16, 17 และ 19ลงวันที่ 27 มกราคม 2530 จึงสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง'

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ตามใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 4 เลขที่ 13, 15, 16, 17 และ 19 ลงวันที่27 มกราคม 2530 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับทั้งสองสำนวน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2563

มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 บัญญัติว่า "ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วนั้น ท่านให้เป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมา" กฎหมายมิได้บังคับให้นำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วมาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5449/2561

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 30 บัญญัติว่า การแจ้งคำชี้ขาดไปยังผู้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ไม่ได้บัญญัติให้มีแบบพิมพ์หรือต้องทำในลักษณะใด เมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5707/2560

ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8 ให้นิยามคำว่า "ค่ารายปี" หมายความว่า "จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ" ค่าเช่าที่จะถือเป็นค่ารายปีนั้นต้องเป็นค่าเช่าที่สมควรจะให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8941/2560

โรงเรียนที่จะได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 9 (3) จะต้องเป็นโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็นผลกำไรส่วนบุคคล และต้องใช้ในการศึกษาเท่านั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14977/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 5 บัญญัตินิยามของคำว่า "โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ" ให้กินความถึงแพด้วยเท่านั้น มิได้กำหนดความหมายไว้โดยเฉพาะ หม้อแปลงไฟฟ้าพิพาทติดตั้งยึดติดอยู่บน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้