Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องแล้วต่อมาปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่าศาลได้อ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยเข้าใจแล้วจำเลยแถลงสู้คดีและจะให้การวันนัดพิจารณาครั้นถึงวันนัดพิจารณาจำเลยยื่นคำให้การ1ฉบับพร้อมกับคำร้องอีก1ฉบับโดยในคำให้การระบุว่าจำเลยทราบฟ้องของโจทก์แล้วขอรับสารภาพในการกระทำความผิดตามฟ้องในข้อหารับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา357เพียงข้อหาเดียวขอปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์ส่วนคำร้องที่ยื่นมาพร้อมกันนั้นแม้จะมีข้อความซึ่งมีความหมายว่าจำเลยไม่รู้ว่าทรัพย์ที่รับไว้ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ก็ตามแต่ก็เป็นข้อความในคำร้องที่จำเลยยื่นเข้ามาเพื่ออ้างเหตุให้ศาลรอการลงโทษเท่านั้นไม่ใช่คำให้การว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิดและเมื่อศาลชั้นต้นได้สอบถามคำเลยในวันเดียวกันนั้นจำเลยก็ยืนยันตามคำให้การที่รับสารภาพฐานรับของโจรดังกล่าวปรากฏตามที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในคำให้การจำเลยนอกจากนี้ศาลชั้นต้นยังจดรายงานกระบวนพิจารณาในวันดังกล่าวในระบุว่าจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรไม่ต่อสู้คดีขอให้ลงโทษสถานเบาซึ่งจำเลยก็ลงชื่อไว้อีกเช่นนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดแล้วว่าจำเลยยืนยันที่จะให้การรับสารภาพฐานรับของโจรตามฟ้อง ศาลชั้นต้นได้พิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อให้พิจารณาใหม่โดยไม่วินิจฉัยประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบศาลฎีกาเห็นควรที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 92, 335, 357จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่ง 83 จำคุก 3 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก1 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24มกราคม 2539 ว่า จำเลยไม่รู้ว่าทรัพย์ที่รับไว้เป็นของที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับข้อความและข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ชัดเจนว่า จำเลยยังจะถือเอาข้อเท็จจริงเหล่านั้นต่อไปหรือไม่หรือจะสละเสีย กรณียังฟังไม่ได้โดยสนิทใจว่า

จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรโดยไม่มีข้อต่อสู้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสอบจำเลยถึงคำร้องดังกล่าวว่า

จำเลยให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธในข้อหารับของโจร แล้วพิจารณาใหม่ตามรูปคดีจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ากรณียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรและโจทก์ไม่ได้คัดค้านหรือขอสืบพยานโจทก์ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะพิพากษายกฟ้องนั้นเห็นว่า คดีนี้หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว ต่อมาปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นวันที่ 8 ธันวาคม 2538 ว่า ศาลได้อ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยเข้าใจแล้ว จำเลยแถลงสู้คดีและจะให้การวันนัดพิจารณาครั้นถึงวันนัดพิจารณาวันที่ 24 มกราคม 2539 จำเลยยื่นคำให้การ1 ฉบับ พร้อมกับคำร้องอีก 1 ฉบับ โดยในคำให้การระบุว่า"จำเลยทราบฟ้องของโจทก์แล้ว ขอรับสารภาพในการกระทำความผิดตามฟ้องในข้อหารับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 เพียงข้อหาเดียว

ขอปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์"ส่วนคำร้องที่ยื่นมาพร้อมกันนั้น ตอนต้นก็มีข้อความระบุว่า "จำเลยขอรับสารภาพในข้อหารับของโจร" แต่มีข้อความในคำร้องต่อมาอีกว่า"จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เนื่องจากพี่ชายภรรยาจำเลยนำทรัพย์ที่ได้จากการลักทรัพย์มาฝากไว้กับจำเลยโดยบอกว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร และจะกลับมาเอาภายหลังเพราะจะไปต่างจังหวัดจำเลยเกรงใจจึงรับฝากไว้" แม้ข้อความดังกล่าวจะมีความหมายว่าจำเลยไม่รู้ว่าทรัพย์ที่รับไว้ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ก็ตาม แต่ก็เป็นข้อความในคำร้องที่จำเลยยื่นเข้ามาเพื่ออ้างเหตุให้ศาลรอการลงโทษเท่านั้น ไม่ใช่คำให้การว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด และเมื่อศาลชั้นต้นได้สอบถามจำเลยในวันเดียวกันนั้น

จำเลยก็ยืนยันตามคำให้การที่รับสารภาพฐานรับของโจรดังกล่าวปรากฏตามที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในคำให้การจำเลยซึ่งจำเลยได้ลงชื่อต่อท้ายบันทึกนี้ด้วย นอกจากนี้ศาลชั้นต้นยังจดรายงานกระบวนพิจารณาในวันดังกล่าวโดยระบุว่า จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ไม่ต่อสู้คดี ขอให้ลงโทษสถานเบา ปรากฏตามคำให้การและคำร้องที่ยื่นต่อศาลวันนี้ ซึ่งจำเลยก็ลงชื่อไว้อีกเช่นนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดแล้วว่า จำเลยยืนยันที่จะให้การรับสารภาพฐานรับของโจรตามฟ้อง โดยที่จำเลยได้เข้าใจคำฟ้องซึ่งได้บรรยายองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรไว้ชัดเจนว่า จำเลยได้รับทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไป โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เป็นอย่างดีแล้วด้วยจึงฟังได้ว่า

จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรจริงตามคำให้การรับสารภาพของจำเลย ดังนี้ศาลชั้นต้นชอบที่จะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 กรณียังถือไม่ได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดที่จะยกฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง และเมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพื่อให้พิจารณาใหม่โดยไม่วินิจฉัยประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์เพื่อขอให้รอการลงโทษเลยจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ควรที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ในปัญหาตามที่จำเลยอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ หัตถกรรม · สมปอง เสนเนียม · ผล อนุวัตรนิติการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้