Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพินัยกรรม ข้อ 9 มีข้อความว่า "ตึก 2 ชั้น 1 หลัง 7 ห้อง ชั้นบนเป็นโรงแรมชายทะเล ชั้นล่างเป็นห้องแถวและเป็นทางขึ้นโรงแรมเสีย 1 ห้องให้ได้แก่....เท่านั้น" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ตึกแถวสร้างเต็มเนื้อที่ดิน หากไม่ให้ที่ดินที่ตึกตั้งอยู่ตกแก่ผู้รับพินัยกรรมแล้วก็ต้องรื้อตึกทำให้ตึกไร้ค่าไป แสดงว่าเจ้ามรดกมีความประสงค์จะให้ตึกแถว 2 ชั้นนั้นตั้งอยู่ในที่ดินอย่างถาวรในลักษณะเป็นอสังหาริมทรัพย์ แม้ตามพินัยกรรม ข้อ 9 ดังกล่าวจะไม่กล่าวถึงที่ดินที่ตั้งตึก 2 ชั้นไว้ ต้องถือว่าเจ้ามรดกมีเจตนายกที่ดินที่ตั้งของตึกให้แก่ผู้รับพินัยกรรมด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นบุตรของนายลักษณ์ ภูริพันธุ์เจ้ามรดกอันเกิดแก่นางสร้วง นายลักษณ์ได้จดทะเบียนรับรองโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรจำเลยเป็นภรรยาและเป็นผู้จัดการมรดกของนายลักษณ์ตามคำสั่งศาล เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ นายลักษณ์เจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้แก่บรรดาทายาท เฉพาะพินัยกรรม ข้อ ๙ มีข้อความว่าให้ตึก ๒ ชั้น ๑ หลัง ชั้นบนเป็นโรงแรมชายทะเล ชั้นล่างเป็นห้องแถวและทางขึ้นโรงแรมตกได้แก่นางสมจิต นายทวีศักดิ์ นายทวีโชค บุตรที่เกิดจากจำเลย แต่ที่ดินพิพาทตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๓๗๔ ซึ่งตึก ๒ ชั้นดังกล่าวตั้งอยู่ นายลักษณ์ไม่ได้ทำพินัยกรรมยกให้ผู้ใด จึงเป็นทรัพย์นอกพินัยกรรมจะต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมรวมทั้งโจทก์ทั้งสอง เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่กรรมโจทก์จึงมีสิทธิได้รับมรดกที่ดินแปลงดังกล่าว ๒ ใน ๖ ส่วน และมีสิทธิได้รับค่าเช่าเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๓๓,๓๐๐ บาท ขอให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์ทั้งสองคนละ ๑ ใน ๖ ส่วน และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า ตามพินัยกรรม ข้อ ๙ นายลักษณ์เจ้ามรดก มีเจตนายกที่ดินพิพาทอันเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างตึกแถวสองชั้นซึ่งปลูกเต็มเนื้อที่ให้แก่นางสมจิต นายทวีศักดิ์ นายทวีโชคด้วย เพราะมิใช่ยกสิ่งปลูกสร้างให้โดยเจตนาจะรื้อถอนไป ที่ดินพิพาทจึงมิใช่ทรัพย์นอกพินัยกรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองเป็นทายาทของนายลักษณ์ ภูริพันธุ์ ตามพินัยกรรม ข้อ ๙ เจ้ามรดกยกสิ่งปลูกสร้างให้แก่ทายาทรวมทั้งที่ดินที่สิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ด้วย พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อกำหนดในพินัยกรรม ข้อ ๙ ว่า "ตึก ๒ ชั้น ๑ หลัง ๗ ห้อง ชั้นบนเป็นโรงแรมชายทะเล ชั้นล่างเป็นห้องแถวและเป็นทางขึ้นโรงแรมเสีย ๑ ห้องให้ได้แก่นางสมจิต นายทวีศักดิ์ นายทวีโชค ภูริพันธุ์ รวม ๓ คนเท่านั้น"

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าทรัพย์สินตามพินัยกรรม ข้อ ๙ เป็นตึก ๒ ชั้น ชั้นบนเป็นโรงแรม ชั้นล่างเป็นห้องแถวให้เช่า มีราคามากกว่าทรัพย์มรดกรายอื่น ๆ และเจ้ามรดกไม่เคยพูดว่าจะรื้อตึกแถวและโรงแรมชายทะเลนั้น แสดงให้เห็นว่าเจ้ามรดกมีความประสงค์จะให้ตึกแถว ๒ ชั้นตั้งอยู่ในที่ดินที่ก่อสร้างอย่างถาวรต่อไป โดยเจตนาให้ตกได้แก่ทายาทผู้รับพินัยกรรมในลักษณะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หากไม่ให้ที่ดินที่ตึกตั้งอยู่ตกได้แก่ผู้รับพินัยกรรมด้วย ก็อาจมีเหตุทำให้ต้องรื้อถอน ตึกก็จะไร้ค่าไปในที่สุดได้ แม้แต่พินัยกรรม ข้อ ๒ ที่เจ้ามรดกกำหนดให้บ้าน ๒ ชั้น ๑ หลัง ตกได้แก่โจทก์ที่ ๑ ก็ไม่ได้ระบุถึงที่ดินด้วย แต่ก็หามีทายาทคนใดมากล่าวอ้างว่าที่ดินที่ปลูกสร้างบ้านไม่เป็นทรัพย์ตามพินัยกรรมที่ตกได้แก่โจทก์ที่ ๑ รวมทั้งบ้านไม่

นอกจากอสังหาริมทรัพย์ที่เจ้ามรดกกำหนดไว้ตามพินัยกรรมให้ตกได้แก่ทายาทแต่ละคนแล้ว ไม่ได้ความว่าเจ้ามรดกมีอสังหาริมทรัพย์อื่นเหลืออยู่อีก แสดงว่าเจ้ามรดกประสงค์จะให้อสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมดตกได้แก่ทายาทตามที่กำหนดไว้ ไม่มีเหตุผลที่จะเว้นไว้เฉพาะที่ดินพิพาทรายเดียวให้เป็นทรัพย์ที่ไม่อยู่ในพินัยกรรม ถ้าเจ้ามรดกประสงค์จะให้ที่ดินพิพาทแก่ทายาททุกคน เชื่อว่าเจ้ามรดกจะต้องกำหนดแยกไว้โดยเฉพาะในพินัยกรรม ดังนั้น ถึงแม้ว่าตามพินัยกรรมข้อ ๙ จะไม่ได้กล่าวถึงที่ดินที่ตั้งตึก ๒ ชั้นไว้ก็ต้องเข้าใจว่าเจ้ามรดกมีเจตนาให้ตึก ๒ ชั้น ซึ่งชั้นบนเป็นโรงแรมชายทะเล ชั้นล่างเป็นห้องแถวนั้นตกได้แก่ผู้รับพินัยกรรมรวมทั้งที่ดินที่ตั้งของตึกนั้น คือ ที่พิพาทด้วย โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิได้รับ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม บรรลือสินธุ์ · พินิจ สังขนันท์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุราษฏร์ธานี - นายชวลิต ชัยโชดก
ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ แสนเยีย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้