Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1926/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นพี่ ยอมให้จำเลยที่ 3 ดำเนินการให้มีการก่อสร้างตึกแถวขึ้นในที่ดินของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้ตกลงให้ผู้รับเหมาลงทุนก่อสร้างตึกแถวในที่ดินนั้นและให้ผู้รับเหมาเรียกเงินกินเปล่าจากผู้เช่าโดยตึกที่ก่อสร้างตกเป็นของเจ้าของที่ดิน แม้จำเลยที่ 3 จะได้รับประโยชน์ค่าหน้าดินและค่าเช่าเสียทั้งหมด ก็จะถือว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของที่ดินได้ก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินเป็นคุณแก่จำเลยที่ 3 โดยให้จำเลยที่ 3 มีสิทธิเป็นเจ้าของตึกที่ก่อสร้างขึ้นหาได้ไม่ ตึกนั้นเป็นส่วนควบของที่ดินของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปทำสัญญาจะขายที่ดินของตนให้แก่โจทก์ระหว่างที่สัญญายังมีผลบังคับอยู่ จำเลยที่ 1 กลับโอนแบ่งที่ดินนั้นครึ่งหนึ่งให้แก่จำเลยที่ 2, 3 โดยเสน่หา การกระทำเช่นนี้ย่อมจะทำให้โจทก์ซึ่งจะได้รับผลตามสัญญาจะซื้อขายต้องเสียเปรียบ แม้จำเลยที่ 3, 4 ผู้รับโอนมิได้รู้ถึงความจริงนี้แต่เมื่อเป็นการโอนให้โดยเสน่หา เพียงแต่จำเลยที่ 1 รู้ฝ่ายเดียวโจทก์ก็ชอบที่จะขอให้เพิกถอนได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินโฉนดที่ 8762 พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ราคา 50,000 บาท โจทก์ได้วางมัดจำไว้ 25,000 บาท ส่วนที่เหลือตกลงชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ใน 2 เดือน ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินนี้กึ่งหนึ่งไปจดทะเบียนยกให้แก่จำเลยที่ 3, 4 โดยเสน่หา เป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมยกให้และให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การรับตามฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่าจำเลยที่ 2 พ้นความรับผิดจำเลยที่ 3, 4 ต่อสู้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่เคยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปขายที่ดินพิพาท โจทก์ไม่เคยตกลงซื้อและชำระเงินมัดจำ

จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจขายสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3, 4 ได้รับโอนที่พิพาท ไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนการยกให้ของจำเลยที่ 1 แก่จำเลยที่ 3, 4 ในที่ดินโฉนดที่ 8762 ให้เจ้าพนักงานที่ดินถอนชื่อจำเลยที่ 3, 4 ออกจากโฉนดคำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 3, 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 3, 4 ฎีกาต่อมาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ทำการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้โจทก์ปัญหาที่ว่าตึกแถวที่ปลูกสร้างในที่ดินที่ตกลงขายให้โจทก์จะเป็นส่วนควบของที่ดินหรือเป็นของจำเลยที่ 3 นั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามธรรมดาสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนย่อมตกเป็นส่วนควบของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 107 ข้อที่จำเลยที่ 3 ว่าตึกดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 3 มิใช่ส่วนควบ

อันเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 109 นั้น ได้ความว่าจำเลยที่ 3 ได้ตกลงกับผู้รับเหมาให้ลงทุนก่อสร้างตึกแถวลงในที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วให้ผู้รับเหมาเรียกเงินกินเปล่าจากผู้เช่าโดยตึกที่ก่อสร้างตกเป็นของเจ้าของที่ดิน แม้จำเลยที่ 1 จะยอมให้จำเลยที่ 3 ดำเนินการมีการก่อสร้างตึกแถวดังกล่าวขึ้นและจำเลยที่ 3 ได้รับผลประโยชน์ค่าหน้าดินและค่าเช่าเสียทั้งหมด ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นน้องอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 3 ด้วย จึงจะฟังว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของที่ดินได้ก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินเป็นคุณแก่จำเลยที่ 3 โดยให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้มีสิทธิเป็นเจ้าของตึกที่ก่อสร้างขึ้นหาได้ไม่ ตึกที่สร้างขึ้นเป็นส่วนควบของที่ดินของจำเลยที่ 1ปัญหาที่ว่าการที่จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมโอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ 3, 4โดยจำเลยที่ 3, 4 ไม่ทราบถึงการที่จำเลยที่ 1 ได้ไปทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ไว้นั้น

โจทก์จะขอให้เพิกถอนการโอนนี้ได้หรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ได้รู้อยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ไว้แล้วในระหว่างสัญญายังมีผลบังคับอยู่ จำเลยที่ 1 กลับไปโอนแบ่งที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 3, 4 โดยเสน่หา การกระทำเช่นนี้ย่อมเป็นทางให้โจทก์ซึ่งจะได้รับผลตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 เสียเปรียบ แม้จำเลยที่ 3, 4 จะมิได้รู้ถึงความจริงอันจะเป็นทางให้โจทก์ต้องเสียเปรียบ แต่กรณีที่จำเลยที่ 1 โอนแบ่งที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 3, 4 เป็นการให้โดยเสน่หา ฉะนั้น เพียงแต่จำเลยที่ 1 รู้แต่ฝ่ายเดียวก็ชอบที่จะขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้