Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1922/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีฟ้องขับไล่ผู้อาศัยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์นั้น การคำนวณทุนทรัพย์หรือค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ ต้องคำนวณเป็นรายจำเลยแต่ละคน หรือรายอสังหาริมทรัพย์แต่ละแห่งที่จำเลยอาศัยอยู่ และการคำนวณค่าเช่าดังกล่าวต้องคำนวณขณะฟ้อง มิใช่ในชั้นพิจารณาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากตึกแถว 3 ชั้นที่โจทก์เช่ามาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยบรรยายฟ้องว่าตึกแถวชั้นที่จำเลยที่ 1 อยู่อาศัยอาจให้เช่าไม่เกินเดือนละ1,200 บาท ส่วนชั้นล่างของตึกแถวดังกล่าวที่จำเลยที่ 2 อยู่อาศัยโจทก์มิได้คำนวณเป็นค่าเช่าแต่อ้างว่า หากโจทก์ประกอบการค้าเองจะมีรายได้ประมาณเดือนละ 3,000 บาท ดังนี้ศาลย่อมมีอำนาจคำนวณค่าเช่าตึกแถวชั้นที่จำเลยที่ 2 อยู่อาศัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงตามฟ้องดังกล่าวได้ ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นค่าเช่าไม่น่าจะเกินเดือนละ 2,000 บาท จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถว 3 ชั้น จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำเลยทั้งสองขออาศัยอยู่ในตึกดังกล่าว ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยทั้งสองอยู่ต่อไปจึงบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองออกไป แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยห้องที่จำเลยที่ 1 อยู่อาศัยจะได้ค่าเช่าวันละ 40 บาท และห้องที่จำเลยที่ 2 ดำเนินการค้าโจทก์จะมีรายได้อย่างน้อยเดือนละ 3,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากตึกแถวดังกล่าว ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,720 บาท และเดือนละ 1,200 บาท นับแต่วันฟ้อง กับให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ถึงวันฟ้องเป็นเงิน4,300 บาท และเดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้อง ทั้งนี้จนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากตึกดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนต่างด้าว และตกลงรับโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทมาจากนายเสรี จีระพันธ์ โดยมอบหมายให้โจทก์เป็นตัวแทนรับโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทแทนโจทก์ จำเลยที่1 ดำเนินกิจการมาโจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องและได้มอบให้จำเลยที่ 2 เข้าประกอบกิจการที่ชั้นล่าง โจทก์ไม่ใช่เจ้าของสิทธิการเช่าขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้อาศัยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ตึกพิพาทที่จำเลยทั้งสองอยู่อาศัยแต่ละชั้นอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท คดีของโจทก์จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายว่า โจทก์ฟ้องว่าตึกแถวพิพาทชั้นที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 อยู่อาศัย โจทก์จะได้ค่าเช่าหรือค่าเสียหายเดือนละ 1,200 บาท ส่วนตึกแถวชั้นล่างซึ่งจำเลยที่ 2 อยู่อาศัยนั้น หากโจทก์ประกอบการค้าเอง จะมีรายได้เดือนละ 3,000 บาท จึงรวมเป็นทุนทรัพย์ในการฟ้องขับไล่จากจำเลยทั้งสองเดือนละ 4,200 บาท คดีของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์นั้น เห็นว่า การคำนวณทุนทรัพย์หรือค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องคำนวณเป็นรายจำเลยแต่ละคน หรือรายอสังหาริมทรัพย์แต่ละแห่งที่จำเลยอาศัยอยู่ คดีนี้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็มิได้อยู่ในตึกแถวชั้นเดียวกันซึ่งโจทก์แยกคำนวณมาแล้วว่า ตึกแถวชั้นที่จำเลยที่ 1 อาศัยอยู่อาจให้เช่าได้เดือนละ 1,200 บาท

ส่วนที่จำเลยที่ 2 อยู่อาศัย โจทก์มิได้คำนวณมาว่าอาจให้เช่าได้เดือนละเท่าใด แต่โจทก์ว่าหากประกอบการค้าจะมีรายได้เดือนละ3,000 บาทเมื่อคำนวณเป็นค่าเช่าไม่น่าจะเกินเดือนละ 2,000 บาทจึงเป็นคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าตึกแถวชั้นล่างซึ่งจำเลยที่ 2 ใช้เป็นสถานที่ประกอบการค้านั้นหากโจทก์ประกอบการค้าเองจะมีรายได้เดือนละ 3,000 บาท แสดงว่าเป็นรายได้หรือค่าเสียหายจากการที่โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารส่วนนั้น แต่ศาลอุทธรณ์กลับฟังว่า ตึกแถวชั้นล่างอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท เป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนและจำเลยที่ 1 ก็เบิกความไว้ว่าค่าเช่าต่อเดือนอาจคิดได้เดือนละ 3,000 บาท

คดีสำหรับจำเลยที่2 จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า การคำนวณค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องขับไล่ต้องคำนวณตามฟ้องไม่ใช่คำนวณในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า ตึกแถวตรงที่จำเลยที่ 1 อยู่อาศัยอาจให้เช่าได้เดือนละ 1,200 บาท แต่ตึกแถวตรงที่จำเลยที่ 2 อยู่อาศัยโจทก์กลับมิได้คำนวณเป็นค่าเช่าแต่อ้างว่า หากโจทก์ประกอบการค้าเองจะมีรายได้ประมาณเดือนละ 3,000 บาท ศาลจึงมีอำนาจคำนวณค่าเช่าโดยเปรียบเทียบกับตึกแถวตรงที่จำเลยที่ 1 อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในตึกหลังเดียวกันกับรายได้ที่โจทก์คำนวณมาว่า ตึกแถวตรงที่จำเลยที่ 2 อยู่อาศัยอาจมีรายได้ประมาณ 3,000 บาท ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ประมาณว่าอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาทได้ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกสำนวน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้