Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นายอำเภอ เจ้าหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยเงินค่าทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ซึ่งออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 ได้วินิจฉัยให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของผู้ตายจ่ายเงินค่าทดแทนและค่าทำศพแก่โจทก์ซึ่งเป็นภริยาผู้อยู่ในอุปการะของผู้ตาย จำเลยอุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย ว่านายอำเภอไม่มีสิทธิวินิจฉัยให้จำเลยจ่ายเงินรายนี้ เพราะโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และรับเงินค่าทดแทนไปจากจำเลยแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีสิทธิวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ได้เพราะเป็นการวินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนหรือไม่ต้องจ่ายนั่นเอง หาเป็นการวินิจฉัยนอกเหนืออำนาจไม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า เหตุที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะเกิดระเบิดเป็นอุบัติเหตุ และสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะจำเลยไม่นำคดีมาสู่ศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันรับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทนฯ ข้อ 14 ต้องถือว่าเรื่องเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ เมื่อโจทก์มาฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนนั้น จำเลยจะโต้แย้งอีกว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของผู้ตาย และสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลบังคับใช้ได้ หาได้ไม่ โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนไปจากจำเลยจำนวนหนึ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะวินิจฉัยว่าสัญญานั้นเป็นโมฆะ และจำเลยจะโต้แย้งในชั้นศาลอีกมิได้แต่เงินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับไปแล้วก็ชอบที่จะหักออกจากเงินที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์ได้ (วรรคสองวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 22/2515)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนและค่าทำศพนายทองสามีโจทก์ที่ ๑และบิดาโจทก์ที่ ๒ ซึ่งตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในโรงน้ำแข็งของจำเลยตามคำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙ จำเลยต่อสู้ปฏิเสธความรับผิด และว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ หากจำเลยจะต้องชำระเงินแก่โจทก์ ก็มีสิทธิหักเงินที่ชำระไปแล้วได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนเดือนละ ๔๖๗.๕๐ บาทมีกำหนด ๖๐ เดือน นับแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๐ และค่าทำศพ ๒,๕๕๐ บาทแก่โจทก์ตามคำวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์ของผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ที่ ๑ แต่งงานกับผู้ตายโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสเกิดบุตรหนึ่งคนคือ โจทก์ที่ ๒ ผู้ตายเป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าที่คนเฝ้าเครื่องโรงน้ำแข็งคืนเกิดเหตุ หม้อพักแอมโมเนียเกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้ผู้ตายและลูกจ้างอื่นของจำเลยตาย ๑๓ คน โจทก์ที่ ๑ ได้รับเงินจากจำเลย ๓,๕๐๐ บาท ได้ทำเอกสารการรับเงินต่อหน้าปลัดอำเภอความว่า โจทก์ที่ ๑ ได้รับเงินจากจำเลยรวมกับรับไปก่อนแล้วเป็นเงิน๔,๑๐๐ บาท ไม่ติดใจฟ้องร้องเพื่อขอรับเงินทดแทนอีก ต่อมาโจทก์ที่ ๑ ได้รับเงินจากจำเลยอีก ๗๐๐ บาทต่อมาโจทก์ที่ ๑ ยื่นคำร้องขอรับเงินค่าทำศพและค่าทดแทนนายอำเภอเมืองตรังในฐานะเจ้าหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยเงินค่าทดแทน

วินิจฉัยให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนให้โจทก์ที่ ๑ เป็นรายเดือน และค่าทำศพด้วยจำเลยอุทธรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังในฐานะเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมอบหมายพิจารณาแล้ววินิจฉัยอุทธรณ์ว่า อันตรายที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนเดือนละ ๔๖๗.๕๐ บาท มีกำหนด ๖๐ เดือน นับแต่วันที่ ๕ เมษายน๒๕๑๐ และให้จ่ายค่าทำศพ ๒,๕๕๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตรังมีสารสำคัญ ๒ ประการ คือ (๑) จำเลยอ้างว่าไม่ควรต้องรับผิดชอบ เพราะเหตุเกิดระเบิดเนื่องมาจากลูกจ้างเมาสุรา และ (๒) เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิที่จะวินิจฉัยให้จำเลยจ่ายเงินรายนี้เพราะนางพวง (โจทก์) ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและรับเงินค่าทดแทนไปจากนายจ้างแล้วเป็นเงิน ๔,๑๐๐ บาท สำหรับข้อ (๒) นั้นจะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ควรต้องจ่ายเงินค่าทดแทนเพราะได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์และระงับข้อพิพาทไปแล้วนั่นเองหรือจะกล่าวอย่างสั้น ๆ คือ จำเลยเถียงว่าไม่ควรต้องจ่าย เพราะมีสัญญาประนีประนอมยอมความระงับไปสิ้นแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดก็จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ให้จำเลยว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์หรือไม่ และเมื่อจำเลยตั้งประเด็นมาในอุทธรณ์เช่นนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ย่อมต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความรายนี้ใช้ได้หรือไม่ ถ้าเห็นว่าใช้ได้โจทก์ก็เรียกอะไรไม่ได้อีกแล้วจากจำเลย แต่ถ้าเห็นว่าใช้ไม่ได้ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิเรียกร้องตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัดตรังมีสิทธิวินิจฉัยประเด็นในอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ได้เพราะเป็นการวินิจฉัยว่า จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนหรือไม่ต้องจ่ายนั่นเองเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดตรังมีสิทธิวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้แล้ว การที่จำเลยฎีกาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดตรังวินิจฉัยนอกเหนืออำนาจและเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงฟังไม่ขึ้น เมื่อฟังว่าผู้ว่าราชการจังหวัดตรังมีสิทธิวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว

ก็มีปัญหาต่อไปว่า การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยไว้คือ(๑) เหตุที่เกิดระเบิดเป็นอุบัติเหตุ มิใช่เพราะลูกจ้างมึนเมาสุรา หรือเนื่องจากเหตุอื่นอันเป็นความผิดของลูกจ้างที่เข้าลักษณะข้อยกเว้นและ (๒) สัญญาประนีประนอมยอมความรายนี้เป็นโมฆะ แต่จำเลยมิได้ขอให้ศาลพิจารณาปัญหาทั้งสองนี้ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันรับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามข้อ ๑๔แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทนเช่นนี้ จำเลยจะยกข้อต่อสู้ดังกล่าวในชั้นศาลอีกได้หรือไม่ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อจำเลยไม่พอใจคำวินิจฉัยดังกล่าว จำเลยจะต้องนำคดีมาสู่ศาลภายใน ๓๐ วันตามข้อ ๑๔ แห่งประกาศของกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว

การที่จำเลยไม่นำคดีมาสู่ศาลภายใน ๓๐ วัน ต้องถือว่าเรื่องเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่จำเลยจะมาโต้แย้งในชั้นศาลอีกว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผู้ตายกับพวกดื่มสุรามึนเมาละเลยหน้าที่อันเป็นการประมาทและสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลบังคับใช้ได้และทำให้จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบที่จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่อีกหาได้ไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินค่าทดแทนและค่าทำศพเกิดจากประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิทธิพิเศษที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายในประกาศกระทรวงมหาดไทยข้อ ๑๔ก็เป็นเรื่องเฉพาะเงินค่าทดแทนเท่านั้น การที่โจทก์ได้รับเงินจากจำเลยไป๔,๑๐๐ บาท ตามใบรับตามเอกสารหมาย ล.๓ จึงเป็นเงินค่าทดแทนตามประกาศคณะปฏิวัตินั่นเอง และผู้ว่าราชการจังหวัดก็มิได้วินิจฉัยว่าจะหักเงินจำนวนนี้ให้จำเลยไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์เป็นรายเดือน ๆ ละ ๔๖๗.๕๐ บาท มีกำหนด ๖๐ เดือนนับแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๐ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้น ปรากฏว่ายังมิได้หักเงินที่โจทก์รับไปแล้ว ๔,๑๐๐ บาท

ศาลฎีกาเห็นว่าชอบที่จะหักเงิน๔,๑๐๐ บาทที่จำเลยจ่ายไปแล้วให้จำเลยด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้หักเงินที่โจทก์รับจากจำเลยแล้วออก ๔,๑๐๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · วินัย ทองลงยา · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตรัง - นายวิรุฬห์ วิวัธวานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้