Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1919/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรกันเองในการยอมความโดยศาลมิได้เกี่ยวข้องด้วยนั้น หากต่อมาปรากฏว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไปก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้สั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1596 ได้ (อ้างฎีกาที่ 293/2506)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย เกิดบุตรด้วยกัน ๑ คน คือ เด็กหญิงวนิดา ดวงสงค์ อายุ ๑ ปี ๘ เดือน ต่อมาโจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันโดยตกลงกันว่าโจทก์เป็นผู้เลี้ยงดูบุตรและจำเลยยอมให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเดือนละ ๑๐๐ บาท โจทก์เห็นสมควรเพราะขณะนั้นจำเลยได้เงินเดือน ๗๕๐ บาท และค่าครองชีพต่ำกว่าปัจจุบัน ปรากฏตามบันทึกหลังทะเบียนหย่าท้ายฟ้อง จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นเงิน ๑,๒๐๐ บาท ปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้น ค่าอุปการะเลี้ยงดูที่เคยได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงขอเรียกเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ ๒๐๐ บาทจนกว่าเด็กหญิงวนิดาจะมีอายุครบ ๗ ปี และเมื่ออายุ ๘ ปี จำต้องส่งเข้าโรงเรียนซึ่งต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ขณะนี้จำเลยมีเงินเดือน ๑,๔๖๐ บาท จึงขอเรียนเป็นเดือนละ ๓๐๐ บาทจนกว่าเด็กหญิงวนิดาจะบรรลุนิติภาวะ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นเงิน ๑,๒๐๐ บาทและค่าอุปการะเลี้ยงดูนับแต่วันฟ้องถึงวันที่เด็กหญิงวนิดามีอายุครบ ๗ ปี เดือนละ ๒๐๐ บาท กับต่อจากนั้นเดือนละ ๓๐๐ บาทจนกว่าเด็กหญิงวนิดาจะบรรลุนิติภาวะให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยยอมให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่โจทก์เดือนละ ๑๐๐บาทจริง จำเลยส่งเงินให้โจทก์ทุกเดือน โจทก์เป็นข้าราชการครู ได้เงินเดือน ๑,๒๒๐ บาท มิได้เดือนร้อน หากโจทก์ไม่มีความสามารถเลี้ยงดูบุตรได้ ขอให้จำเลยรับบุตรไปเลี้ยงดูเอง ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน โจทก์แถลงว่า การฟ้องคดีนี้นางประเสริฐคือตัวโจทก์ที่แท้จริงฟ้องโดยอาศัยสัญญาตามบันทึกทะเบียนหย่า ตามฟ้องที่ใช้ชื่อบุตรนำหน้าเป็นเพราะความเข้าใจผิด โจทก์ได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดู จำนวน ๑,๒๐๐ บาทจากจำเลยแล้ว แต่ยังติดใจเรียกร้องเพิ่มเติมตามที่กล่าวในฟ้อง เพราะขณะทำสัญญา ค่าครองชีพยังไม่แพง ปัจจุบันจำเลยมีเงินเดือน ๑,๔๖๐ บาท โจทก์มีเงินเดือน ๑,๐๑๕ บาท จำต้องขอค่าอุปการะเพิ่ม จำเลยแถลงว่า ปัจจุบันโจทก์จำเลยมีเงินเดือนตามที่โจทก์แถลง แต่จำเลยก็มีภาระต้องเลี้ยงดูบิดามารดา ไม่อาจเพิ่มให้ได้ โจทก์แถลงขอสืบพยานในข้อที่ว่าราคาข้าวของที่ใช้เลี้ยงดูบุตรสูงขึ้นและต้องมีภาระเลี้ยงดูบิดามารดาเช่นกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ามีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ การขอนำสืบของโจทก์เป็นการนำสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ แม้ค่าครองชีพจะสูงขึ้นก็ไม่ใช่พฤติการณ์ที่จะนำมาเป็นเหตุขอเพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูเกินกว่าที่ตกลงกันได้ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่โจทก์เดือนละ ๑๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าเด็กหญิงวนิดาจะบรรลุนิติภาวะ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรกันเองในการยอมความ โดยศาลมิได้เกี่ยวข้องด้วยนั้น หากต่อมาปรากฏว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไปก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้สั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๖ ได้ ทั้งนี้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๓/๒๕๐๖ โจทก์ชอบที่จะนำสืบในประเด็นดังกล่าวได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้