Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1919/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่บุคคลหลายคนร่วมกันมาปล้นทรัพย์บ้านใกล้เคียงกันแม้จะแยกกันเข้าทำการในหลายบ้าน แต่ละบ้านมีจำนวนไม่ถึง 3 คน อันจะเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ก็ตามก็ถือว่าการกระทำทั้งหมดเป็นกรรมเดียวกัน แต่ละคนย่อมมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ประกอบด้วยมาตรา 83แต่เมื่อคนหนึ่งในจำนวนนั้นไปข่มขืนกระทำชำเราเจ้าทรัพย์ด้วยอันไม่อยู่ในเจตนาของการร่วมกันมา ย่อมเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งศาลอาจเรียงกระทงลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ในกรณีที่โจทก์ฟ้องรวมกระทงกันมา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องมีใจความว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2511 เวลากลางคืนจำเลยทั้งหกนี้กับพวกที่ยังหลบหนีอยู่อีก 1 คน ได้ร่วมกันมีปืนและมีดพกเป็นอาวุธเข้าทำการปล้นบ้าน 5 หลังคาเรือนซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน ในเวลาเดียวกันจำเลยที่ 5 กับพวกอีกคนหนึ่งแยกเข้าทำการที่บ้านผู้เสียหายที่ชื่อนางแต่ง สาวน้อย และจำเลยที่ 5 เพียงคนเดียวได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง ในระหว่างที่ทำการปล้นทรัพย์นั้น จำเลยคนหนึ่งได้ใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์แต่ไม่ถึงแก่ความตาย โจทก์จึงฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรีที่เหตุเกิดในเขต ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ พยายามฆ่า ข่มขืนกระทำชำเรา และขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคนด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 83, 288, 80, 276, 93จำเลยให้การปฏิเสธศาลจังหวัดปราจีนบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า

จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าด้วยบทหนึ่ง จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 มีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ เฉพาะจำเลยที่ 5 มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 อีกบทหนึ่งลงโทษจำเลยตามฟ้อง เฉพาะจำเลยที่ 5 ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ซึ่งเป็นบทหนัก โดยถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 และ 6โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 4 และที่ 6 ด้วยจำเลยที่ 5 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 5 ฎีกาต่อมาในปัญหาข้อเท็จจริงว่า ไม่ได้กระทำผิดและในปัญหาข้อกฎหมายว่า ถึงแม้ศาลจะฟังว่าจำเลยกระทำผิด ก็เป็นเพียงความผิดฐานชิงทรัพย์ เพราะตามพยานหลักฐานโจทก์แสดงว่าจำเลยที่ 5 เข้ากระทำการกับพวกอีก 1 คนเท่านั้นศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 5 ได้ร่วมกับพวกกระทำความผิด ทั้งฐานปล้นทรัพย์และฐานข่มขืนกระทำชำเรา สำหรับปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยต่อสู้ขึ้นมานั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อเท็จจริงจำเลยกับพวกได้ร่วมกันมาแต่ต้นเพื่อปล้นทรัพย์ในคดีนี้แล้วแยกย้ายกันเข้าทำการปล้นในเวลาเดียวกันและใกล้เคียงกัน จึงเป็นการร่วมกันกระทำในความผิดอันเดียวกัน เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ประกอบด้วยมาตรา 83 ทั่วทุกคนและวินิจฉัยต่อไปว่า การที่จำเลยที่ 5 ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายด้วย ย่อมเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 อีกกรรมหนึ่งต่างหาก จำเลยที่ 5 มีความผิดสองกรรมต่างกัน ซึ่งศาลอาจลงโทษเรียงกระทงความผิดหรือลงเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จึงแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะเรื่องวางบทกำหนดโทษ สำหรับจำเลยที่ 5 ว่ามีความผิดสองกระทง ให้ลงโทษตามมาตรา 340 วรรค 4 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดยกฎีกาจำเลยที่ 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แปลก ศิงฆมานันท์ · ศริ มลิลา · วิกรม เมาลานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้