Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ซื้อที่ดินโฉนดที่ 14664ของโจทก์ราคา 113,000 บาท จำเลยชำระค่าที่ดินให้โจทก์โดยเช็คสองฉบับ ฉบับหนึ่งเงิน 13,000 บาท อีกฉบับหนึ่งเงิน 100,000 บาท จำเลยได้รับโอนที่ดินจากโจทก์ไปเรียบร้อยในวันซื้อขาย เช็คฉบับเงิน 100,000 บาท โจทก์นำไปขึ้นเงินไม่ได้ คงขึ้นเงินได้แต่เฉพาะเช็คฉบับเงิน 13,000 บาท จำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ 100,000บาท โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระเงิน 100,000 บาท หลายครั้ง จำเลยก็ไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้อง ตามคำฟ้องดังกล่าวแสดงว่า ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกร้องโดยอาศัยสิทธิอันมีมูลหนี้มาจากสัญญาซื้อขายที่ดิน ซึ่งจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ การที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงเรื่องเช็คมาด้วย ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระราคาที่ดินจากจำเลยเท่านั้น มิใช่ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค ฎีกาที่กล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว ทั้งมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ซื้อที่ดินของโจทก์โฉนดที่ ๑๔๖๖๔ ราคา๑๑๓,๐๐๐ บาท และชำระราคาโดยเช็คธนาคารกรุงเทพ ๒ ฉบับ ฉบับแรกจำนวนเงิน ๑๓,๐๐๐ บาท ฉบับที่สองจำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับโอนที่ดินไปจากโจทก์แล้วแต่วันซื้อขาย เช็คฉบับแรกโจทก์ขึ้นเงินจากธนาคารได้ ส่วนฉบับหลังขึ้นเงินไม่ได้ เพราะเงินในบัญชีจำเลยไม่พอจ่าย โจทก์ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางอาญาฐานผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลย โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หลายครั้งจำเลยไม่ชำระ ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์นับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๕๖,๓๒๐ บาท จำเลยได้หลบหนีไปจากเคหสถานที่เคยอยู่โอนยักย้ายทรัพย์ และมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้โจทก์ได้ หนี้โจทก์เป็นหนี้แน่นอน ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยโอนทรัพย์ไปโดยเจตนาลวง จำเลยไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว คู่ความแถลงรับกันว่า เช็คฉบับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาตามสำนวนคดีแดงที่ ๖๑๗/๒๕๐๓ ในคดีนั้น ศาลอาญาฟังว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระค่าที่ดินแล้วขึ้นเงินไม่ได้จริงพิพากษาจำคุกจำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว และโจทก์มิได้ฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินจากจำเลยเลยจนบัดนี้ จำเลยยอมรับว่า ไม่มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ได้ และโจทก์เคยทวงถามจำเลยขณะมีการดำเนินคดีอาญาแล้วคู่ความไม่ติดใจสืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาข้อแรกว่า โจทก์อาศัยมูลหนี้เรื่องเช็คฟ้องจำเลยจึงต้องใช้อายุความ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๐๐๒ คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ เห็นได้ชัดว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกร้องโดยอาศัยสิทธิอันมีมูลหนี้มาจากสัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท การที่โจทก์บรรยายถึงเรื่องเช็คเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท มาด้วย ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระราคาที่ดินจากจำเลยเท่านั้นตามฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏข้อความใด อันจะแปลความหมายไปได้เลยว่า โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็คแต่ประการใดเลย

จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่นำหลักฐานการเป็นเจ้าหนี้ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด จึงเป็นการแสดงว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานอันใดจะไปขอรับชำระหนี้จากจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นอ้าง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว ทั้งมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุขทรรศนีย์ · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายแผ้ว ศิวะบวร
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้