Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) และมาตรา 30 บัญญัติให้รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ต้องเสียภาษีประจำปีนั้น หมายความถึงรถของสถานพยาบาลที่ใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน หรือรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีแพทย์ พยาบาล และเวชภัณฑ์พร้อมสำหรับไปรักษาผู้ป่วยในท้องถิ่นต่าง ๆ คล้ายโรงพยาบาลเคลื่อนที่ การที่โจทก์ซึ่งประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลจากผู้ป่วยหาทำให้การใช้รถพยาบาลของโจทก์เป็นการใช้รถพยาบาลสำหรับการรับจ้างไปโดยทันทีไม่ เนื่องจากโจทก์ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการจัดซื้อรถพยาบาลมาใช้ในการรับส่งผู้ป่วย ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานขับรถ เป็นต้น เมื่อจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบหักล้างพยานโจทก์ให้เห็นได้ว่าการเรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์มีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรในเชิงพาณิชย์จากการใช้รถพยาบาลมากกว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วย หรือโจทก์นำรถพยาบาลไปดำเนินกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน จึงไม่อาจเป็นข้อแสดงให้เห็นได้ว่าโจทก์ใช้รถพยาบาลสำหรับรับจ้างอันไม่เข้าข่ายที่จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า รถพยาบาล 2 คัน หมายเลขทะเบียน ก - 3558 สุโขทัย และ กข - 3457 สุโขทัย ของโจทก์ เป็นรถพยาบาลไม่รับจ้างทั่วไปตามมาตรา 9 (2) ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์ตามมาตรา 30 และเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนรวมเป็นเงิน 220,417.92 บาท

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติโดยโจทก์และจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนภายใต้ชื่อว่า โรงพยาบาลพัฒนเวชสุโขทัย โดยได้รับบัตรส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2538 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนรถพยาบาล จำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่ารถดังกล่าวเป็นรถพยาบาล ไม่ได้ใช้รับจ้างขนส่งทั่วไป จึงให้จดทะเบียนรถประเภทรถพยาบาล หมายเลขทะเบียน ก - 3558 สุโขทัย โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปี ตามบันทึกข้อความ วันที่ 24 กันยายน 2544 โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนรถพยาบาลอีกคันหนึ่ง ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นรถพยาบาล หมายเลขทะเบียน กข - 3457 สุโขทัย โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีเช่นเดียวกัน

ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2551 โจทก์ขอยกเว้นการเสียภาษีรถคันหมายเลขทะเบียน กข - 3457 สุโขทัย จำเลยมีหนังสือหารือกรมการขนส่งทางบกแล้วได้รับแจ้งผลการพิจารณาว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการสถานพยาบาลในลักษณะทางการค้าหรือแสวงหากำไรและใช้รถพยาบาลเพื่อให้บริการลูกค้า จึงไม่เข้าข่ายเป็นรถพยาบาลตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าภาษีประจำปีตามมาตรา 30 วันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 จำเลยจึงมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบและชำระภาษีประจำปี วันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และ 73 จำเลยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบว่า

รถทั้งสองคันของโจทก์ไม่ใช่รถพยาบาลตามมาตรา 9 (2) ที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีประจำปีตามมาตรา 30 ดังนั้น เจ้าของรถจึงมีหน้าที่เสียภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 32 ในอัตราภาษีประจำปีตามที่กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ตั้งแต่ปีที่รับจดทะเบียนจนถึงปีปัจจุบันโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เนื่องจากไม่ใช่กรณีมิได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นเหตุให้เจ้าของรถยนต์หลุดพ้นจากภาระหน้าที่ในการเสียภาษีประจำปีตามกฎหมาย แต่โจทก์ยังไม่เห็นด้วย ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า รถพยาบาลทั้งสองคันของโจทก์เป็นรถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง ตามพระราชบัญญัติรถยนต์

พ.ศ.2522 มาตรา 9 (2) อันจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์หรือไม่ เห็นว่า จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปีแก่รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างเท่านั้น ซึ่งรถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้างหมายความถึงรถของสถานพยาบาลที่ใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน หรือรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีแพทย์ พยาบาล และเวชภัณฑ์พร้อมสำหรับไปรักษาพยาบาลผู้ป่วยในท้องถิ่นต่าง ๆ คล้ายโรงพยาบาลเคลื่อนที่ แม้นายสุชาติ กรรมการผู้จัดการโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์เรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์ทั้งสองคันจากผู้ป่วย และเบิกความตอบทนายโจทก์ถามติงด้วยว่า

กรณีรถพยาบาลของรัฐจะไม่มีการเสียค่าบริการก็ตาม แต่เพียงการเรียกเก็บค่าบริการหาทำให้การใช้รถพยาบาลของโจทก์เป็นการใช้รถพยาบาลสำหรับการรับจ้างไปโดยทันทีไม่ เนื่องจากโจทก์ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการจัดซื้อรถพยาบาลมาใช้ในการรับส่งผู้ป่วยจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกที่แห่งหนึ่ง ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานขับรถ เป็นต้น นอกจากนี้จำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ให้เห็นได้ว่า การเรียกเก็บค่าบริการรถพยาบาลของโจทก์ตามฟ้องมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรในเชิงพาณิชย์จากการใช้รถพยาบาลของโจทก์มากกว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยหรือโจทก์นำรถพยาบาลดังกล่าวไปดำเนินกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากใช้รับส่งผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน จึงไม่อาจเป็นข้อแสดงให้เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้รถพยาบาลสำหรับรับจ้าง

พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่า รถพยาบาลทั้งสองคันของโจทก์เป็นรถพยาบาลสำหรับรับจ้างที่ไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีรถยนต์ตามความในมาตรา 9 (2) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมและค่าภาษีประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วนรวมเป็นเงิน 220,417.92 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม · กรองเกียรติ คมสัน · สมชาย สินเกษม
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุธรรม จุลิรัชนีกร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.32/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ60/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ259/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้