Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายทำสัญญาซื้อขายกิจการและหุ้นส่วนของผู้ตายให้แก่จำเลย โดยในสัญญาดังกล่าวไม่มีข้อตกลงให้โจทก์ต้องไปจดทะเบียนโอนส่วนของผู้ตายให้กับจำเลยและแต่งตั้งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทนผู้ตาย จำเลยจึงจะหยิบยกข้ออ้างดังกล่าวมาปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาไม่ได้ เพราะเมื่อหุ้นส่วนผู้จัดการตาย ห้างหุ้นส่วนจำกัดอาจจะเลิกกันหรือหุ้นส่วนอาจตกลงกันให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดดำเนินต่อไปโดยให้ผู้อื่นเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือให้ผู้อื่นเข้าเป็นหุ้นส่วนแทนผู้ตายก็ได้ มิใช่เป็นเรื่องที่ผู้จัดการมรดกจะจดทะเบียนให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ ฉะนั้น เมื่อจำเลยรับโอนกิจการและหุ้นส่วนของผู้ตายไปแล้ว จำเลยจึงต้องชำระเงินตามสัญญาซื้อขายกิจการที่ค้างชำระให้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายแก้ว ตังประเสริฐผลระหว่างมีชีวิตอยู่ นายแก้วเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วนโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายกิจการและหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วน ที่นายแก้วมีอยู่โดยขายให้จำเลยในราคา 1,150,000 บาท ในวันทำสัญญาจำเลยได้วางมัดจำไว้เป็นเงิน 300,000 บาท ส่วนที่ค้างชำระจำนวน 850,000 บาท ตกลงผ่อนชำระเป็นงวด งวดละเดือน รวม 17 งวดงวดละ 50,000 บาท หากจำเลยผิดนัดยินยอมเสียดอกเบี้ย ต่อมาจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์ว่า จำเลยยังคงค้างชำระเงินตามหนังสือสัญญาซื้อขายกิจการอยู่เป็นเงิน 686,000 บาท และตกลงจะผ่อนชำระให้แก่โจทก์เป็นงวด

งวดละเดือน เดือนละ 50,000 บาทรวม 14 งวด งวดที่ 14 จะชำระเป็นเงิน 36,000 บาท และจะชำระทุก ๆวันที่ 15 ของเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2531 จนกว่าจะครบหลังจากนั้นจำเลยได้ชำระให้แก่โจทก์ประจำงวดเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน 2531 เพียง 2 งวด เป็นเงิน 100,000 บาท และไม่ชำระให้แก่โจทก์อีกเลย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 586,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ไปจดทะเบียนโอนส่วนของผู้ตายให้แก่จำเลยและแต่งตั้งให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทนผู้ตายก่อน การที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ให้แก่โจทก์นั้น ก็เพื่อจะนำไปใช้เป็นหลักฐานในการประชุมหุ้นส่วนและทำการจดทะเบียนโอนส่วนของผู้ตายให้แก่จำเลยและแต่งตั้งให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ แต่เมื่อโจทก์ยังไม่ปฏิบัติตามสัญญา

จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2531โจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินจำนวน 750,000 บาท ให้แก่จำเลย พร้อมดอกเบี้ย ขอให้โจทก์ไปจดทะเบียนการโอนหุ้นส่วนของผู้ตายให้แก่จำเลยและตั้งให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทนผู้ตายหากไม่สามารถทำการจดทะเบียนได้ ให้โจทก์ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้จำเลยรวม 792,187 บาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยตกลงว่าจะจดทะเบียนโอนส่วนของผู้ตายให้แก่จำเลย และแต่งตั้งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ความจริงแล้วห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วน มีหุ้นส่วนเพียง 2 คน คือ นายแก้ว ตังประเสริฐและจำเลยจำเลยไม่เคยทวงถามให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนส่วนของผู้ตายและแต่งตั้งให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทนผู้ตาย

เพราะจำเลยทราบดีว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วนนั้น เหลือหุ้นส่วนเพียงจำเลยผู้เดียว โจทก์ไม่ได้ผิดสัญญาจำเลยไม่เคยแจ้งให้โจทก์ทราบและไม่เคยบอกเลิกสัญญากับโจทก์ จำเลยไม่ได้รับความเสียหายจำเลยบริหารงานและดำเนินกิจการของห้างมาตลอด และยังได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลขึ้นใหม่ใช้ชื่อว่าบริษัทอุปกรณ์หุ้นส่วนจำกัด ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 606,900 บาทพร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วน ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2492ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนทั้งหมด 11 คน

มีนายแก้วตังประเสริฐผล เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยเป็นหุ้นส่วนด้วยผู้หนึ่ง นายแก้วถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2524โดยมีโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ครั้นวันที่ 26 เมษายน 2527โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแก้วได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายกิจการและหุ้นส่วนของนายแก้วที่มีอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วนในราคา 1,150,000 บาท ชำระเงิน 300,000 บาทค้างชำระ 850,000 บาท แล้วชำระเป็นเงิน 17 งวด งวดละ50,000 บาท จำเลยชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ต่อมาวันที่ 28 พฤศจิกายน2530 จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ว่ายังค้างชำระหนี้อยู่686,000 บาท จะผ่อนชำระเป็นงวด งวดละ 50,000 บาท จำเลยชำระหนี้ได้ 2 งวด แล้วไม่ชำระหนี้อีกเลยโจทก์ถือว่าจำเลยผิดสัญญาส่วนจำเลยถือว่าโจทก์ผิดสัญญาโดยตัวจำเลยเบิกความว่า

โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะไม่จดทะเบียนแต่งตั้งให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วน สำหรับกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วน เมื่อนายแก้วถึงแก่ความตายจำเลยได้ดำเนินการต่อมาและทำสัญญาเช่าโรงกลึงและโรงหล่อซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ เมื่อสัญญาเช่าหมดอายุจำเลยจึงได้ขนย้ายอุปกรณ์เครื่องมือจากโรงกลึงและโรงหล่อของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วนเดิมไปที่โรงกลึงใหม่ของจำเลย และจำเลยได้จดทะเบียนใหม่เป็นบริษัทอุปกรณ์หุ้นส่วน จำกัดปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดตามหนังสือสัญญาซื้อขายกิจการและหุ้นหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแก้วตกลงขายกิจการและหุ้นส่วนของนายแก้วให้จำเลย และจำเลยจะผ่อนชำระราคา

เมื่อจำเลยไม่ผ่อนชำระราคาตามเวลาที่ตกลง จำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดต้องรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยอ้างว่าที่ไม่ยอมชำระราคาให้โจทก์เพราะโจทก์ไม่ได้จดทะเบียนโอนหุ้นส่วนของผู้ตายให้จำเลยและแต่งตั้งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วนข้ออ้างของจำเลยมีปรากฏในคำเบิกความของจำเลยว่า ภายหลังที่ทำหนังสือสัญญาซื้อขายกิจการและหุ้นแล้วโจทก์ไม่ได้จดทะเบียนโอนกิจการและแต่งตั้งให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการนอกจากนี้แล้วไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุนว่าได้ตกลงเกี่ยวกับการจดทะเบียนโอนหุ้นด้วย ถ้าหากตกลงกันตั้งแต่ทำหนังสือสัญญาซื้อขายกิจการและหุ้นก็น่าจะระบุไว้ในหนังสือสัญญาด้วย จึงเป็นข้อที่จำเลยกล่าวอ้างปัดความรับผิดตามหนังสือสัญญาซื้อขายกิจการและหุ้นในภายหลัง และเรื่องการซื้อขายรายนี้เป็นการขายกิจการและหุ้นส่วนของผู้ตาย โดยผู้จัดการมรดกเป็นผู้จัดการขายให้จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วน

ผู้จัดการมรดกของนายแก้วมีสิทธิเพียงรวบรวมทรัพย์สินของนายแก้วผู้ตาย มิใช่เข้าเป็นผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดที่นายแก้วเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการอยู่ด้วย เมื่อนายแก้วหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดตาย ห้างหุ้นส่วนจำกัดอาจจะต้องเลิกและชำระบัญชีเพื่อให้ทราบทรัพย์สินของผู้ตาย แต่หุ้นส่วนที่เหลือก็อาจตกลงกันให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดดำเนินกิจการต่อไปได้ ซึ่งเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดที่จะดำเนินการกิจการของห้างรวมทั้งจะให้ใครเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต่อไป หรือให้บุคคลใดเข้าเป็นหุ้นส่วนแทนผู้ตาย มิใช่เป็นเรื่องของผู้จัดการมรดกจะจดทะเบียนให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัด เมื่อโจทก์มิได้เข้าเป็นหุ้นส่วนแทนผู้ตายก็เป็นเรื่องของหุ้นส่วนที่เหลืออยู่ทั้งปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วนได้ดำเนินกิจการต่อมาหลังจากที่นายแก้วตาย

เห็นได้ว่าจำเลยได้รับโอนกิจการและหุ้นของนายแก้วผู้ตายไปแล้วและดำเนินการต่อมาจนกระทั่งเจ้าของที่ดินตั้งโรงงานให้จำเลยออกไปจากที่ดินจำเลยจึงได้ขนย้ายอุปกรณ์เครื่องมือไปไว้ที่ใหม่และดำเนินกิจการตามเดิมแต่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทใหม่โดยใช้ชื่อว่าบริษัทอุปกรณ์หุ้นส่วนจำกัด โดยโจทก์มิได้เกี่ยวข้องแต่ประการใด จึงไม่มีเหตุผลที่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแก้ว จะต้องไปจดทะเบียนให้จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุปกรณ์หุ้นส่วนอย่างที่จำเลยอ้าง จำเลยจึงไม่พ้นความรับผิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2537

สิทธิเรียกร้องให้คืนเงินค่าสินค้าในกรณีสัญญาซื้อขายเลิกกันไม่มีกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 เดิม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2567

คำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน หากตนเองต้องแพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) นั้น ไม่ใช่คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) เพราะเป็นแต่คำร้องให้เรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3541/2566

แม้โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 2 เกินกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง แต่นอกจากจำเลยที่ 2 จะถูกฟ้องในฐานะเป็นผู้ค้ำประกันแล้ว ยังถูกฟ้องในฐานะเป็นหุ้นส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2566

ขณะห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ก่อสร้างกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสามนั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อนายทะเบียนจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. เป็นบริษัทจำกัดคือจำเลยที่ 1 แล้ว ห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2454/2563

หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 19 กันยายน 2554 เรื่องการคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่อนุมัติหลักการและแนวทางในการคืนเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่คัน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้