Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับพวกอีก 3 คนเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านผู้เสียหาย ซึ่งมี ส. กับสามีนอนอยู่ในมุ้งบนบ้าน. ส. ตื่นและได้ยินเสียงคนร้ายพูดกันว่า ถ้าเจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ ตาย ส. จึงแกล้งนอนหลับ ส่วนสามีของ ส. ยังนอนหลับ อยู่จำเลยนั่งคุม ส. กับสามีของ ส. อยู่ข้างมุ้ง พวกของจำเลย ค้นหาทรัพย์ในบ้าน เมื่อได้ทรัพย์แล้วพา กันหลบหนีไป การที่จำเลยกับพวก พูดกันเองว่าถ้า เจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ตาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวก รู้ว่า ส. ตื่นและได้ยินข้อความที่จำเลยกับพวกพูดกัน เช่นนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาขู่เข็ญว่าจะ ใช้กำลังประทุษร้าย ส. การกระทำของจำเลยกับพวกไม่เป็น ความผิดฐานปล้นทรัพย์ คงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1), (7), (8)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกสามคนได้ร่วมกันปล้นเอาทรัพย์หลายรายการของนายช้อย ผู้เสียหาซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของนางสุกัญญา ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง จำคุก ๑๕ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ จำคุก ๑๐ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๑), (๗), (๘) จำคุก ๔ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม มาตรา ๗๘ จำคุก ๒ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีประจักษ์พยานปากเดียวคือนางสุกัญญา ซึ่งเบิกความว่าตนสะดุ้งตื่นขึ้นเนื่องจากได้ยินเสียงคนขึ้นมาบนบ้าน โดยมีเสียงกระดานดังออดแอดและเห็นแสงไฟฉายของคนร้ายฉายกราดไปทั่วบ้าน คนร้ายพูดกันว่า ถ้าเจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ตาย ตนจึงคงนอนเฉย ๆ อยู่ในมุ้ง ตามคำเบิกความของนางสุกัญญาดังกล่าวไม่ปรากฏว่าคนร้ายเจตนาทำให้เกิดเสียงดัง หรือพูดกันด้วยเสียงดังโดยประสงค์จะให้นางสุกัญญาหรือนายสุชาติสามีของนางสุกัญญารู้สึกตัวดังที่โจทก์อ้างในฎีกาแต่อย่างใด ขณะที่คนร้ายพูดกันนั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยหรือพวกคนร้ายคนใดได้รู้ว่านางสุกัญญาตืนอยู่แล้ว ถ้าคนร้ายประสงค์จะให้ฝ่ายเจ้าทรัพย์รู้สึกตัวก็น่าจะทำให้นายสุชาติตื่นขึ้นอีกคนหนึ่งด้วย แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่านายสุชาติยังหลังอยู่ตลอดเวลาที่เกิดเหตุซึ่งนานประมาณ ๑ ชั่วโมง ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องที่จำเลยกับพวกพูดคุยกันเอง

ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาที่จะให้นางสุกัญญารู้ตัวหรือได้ยินถ้อยคำที่จำเลยกับพวกพูดกันนั้น การที่จำเลยกับพวกพูดกันเองว่าถ้าเจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ตายโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกรู้ว่านางสุกัญญาตื่นแล้ว และได้ยินข้อความที่จำเลยกับพวกพูดกันเช่นนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายนางสุกัญญา การกระทำของจำเลยกับพวกคงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๑), (๗), (๘)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายทองสุก ปิงเมือง
ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8701/2547

จำเลยทั้งสองวางแผนลวงโจทก์ร่วมไปในที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยที่ 1 กระชากคอเสื้อโจทก์ร่วมลงมาจากรถและร้องบอกจำเลยที่ 2 ว่ามาแล้ว จำเลยที่ 2 จึงเดินออกมาจากข้างทาง เมื่อโจทก์ร่วมปฏิเสธไม่ยอมถอดเสื้อผ้าตามคำส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5045/2530

จำเลยกับพวกอีก 4 คน ไล่จับไก่ของผู้เสียหายจากบ้านของผู้เสียหายในขณะที่ไฟไหม้บ้าน หลังจากจับไก่ได้แล้วจำเลยกับพวกยิงปืน 2 นัด ด้วยความคึกคะนอง มิได้ยิงปืนขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกเพื่อความสะดวกแก่การลักท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3144/2527

ผู้เสียหายได้ยินเสียงคนงัดประตูใต้ถุนบ้านจึงเปิดไฟฟ้าใต้ถุนบ้านแล้วมองดูทางช่องพื้นบ้าน เห็นจำเลยกับพวกถือปืนคนละกระบอกยืนอยู่แล้วไฟฟ้าดับลงโดยได้ยินเสียงตูมเข้าใจว่าคนร้ายตีหลอดไฟแตกผู้เสียหายกลัวจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568

ในการชิงทรัพย์จำเลยสวมหมวกนิรภัย ทั้งเมื่อพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุปรากฏว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยจำเลยมิได้สวมหมวกนิรภัย แต่ช่วงเวลาที่จำเลยก่อเหตุชิงทรัพย์คดีนี้แล้วหล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7946/2568

การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้