คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297
จำเลยให้การว่าได้ทำร้ายผู้เสียหายจริงแต่เพื่อป้องกันตัว ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยตีผู้เสียหายฝ่ายเดียว พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้องจำคุก 6 ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 23 เพราะมีผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาแต่เพียงนายเดียวเท่านั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีโอกาสโดยบริบูรณ์ที่จะคัดค้านการที่ผู้พิพากษาได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดีนี้โดยไม่ครบองค์คณะแล้วตั้งแต่ในขณะที่ศาลชั้นต้นกำลังดำเนินกระบวนพิจารณาอยู่ต่อหน้าจำเลยการที่จำเลยละเลยเสีย มิได้โต้แย้งคัดค้านในเวลาอันสมควรย่อมถือได้ว่าจำเลยได้สละสิทธินั้นแล้ว จำเลยเพิ่งมายกขึ้นโต้แย้งต่อเมื่อคดีได้ล่วงเลยมาจนถึงขั้นนี้ (ฎีกา) แล้วย่อมไม่ได้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 938/2472 และ 535/2480
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน