Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1902/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้คำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่า ในการประกาศผลสอบไล่เนติบัณฑิตยสภาสมัยที่ 14 ประจำปี พ.ศ.2504 จำเลยซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาติกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยกรรมการของจำเลยสมคบกันทุจริตในการให้คะแนนสอบปากเปล่าด้วยความลำเอียงไม่ให้คะแนนตามความรู้ ด้วยการให้คะแนนสอบปากเปล่าแก่ อ. ผู้ซึ่งสอบข้อเขียนได้เป็นอันดับ 3 สูงถึง 85 คะแนน แต่กลับให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้สอบข้อเขียนได้คะแนนสูงสุดและมีคะแนนข้อเขียนมากกว่า อ. ถึง 19 คะแนน ได้คะแนนสอบปากเปล่าเพียง 65 คะแนน ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับคะแนนสอบข้อเขียนแล้ว ทำให้โจทก์ตกไปอยู่ในอันดับ 2 และส่งผลให้ อ. ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและอับอาย ไม่เป็นที่รู้จักและไม่ได้รับการยกย่องแพร่หลายในฐานะบุคคลที่เรียนดีที่สุดในยุคนั้น ขอให้บังคับจำเลยดำเนินการขอขมาโจทก์ และประกาศผลการสอบไล่ดังกล่าวเสียใหม่ว่าโจทก์เป็นผู้สอบไล่ได้เป็นอันดับ 1 มิใช่ อ. โดยให้จำเลยปิดประกาศแผ่นป้ายถาวรไว้ ณ ที่ทำการของจำเลย และแก้ไขรายการผลสอบดังกล่าวในเอกสารต่าง ๆ ด้วย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ดำเนินการโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองนั้น จะเป็นคำฟ้องที่โจทก์ได้กล่าวแสดงซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ รวมทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง แล้วก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องเพื่อสนับสนุนให้เห็นว่ากรรมการของจำเลยสมคบร่วมกันกระทำมิชอบต่อโจทก์นั้น หากมีมูลความจริง โจทก์ก็สมควรต้องรีบดำเนินการโต้แย้งหรือนำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลภายในเวลาอันสมควร เพื่อให้จำเลยและบุคคลที่โจทก์กล่าวพาดพิงได้มีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แต่โจทก์ก็หาได้กระทำไม่ กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเนิ่นนานจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาประมาณ 43 ปี จนบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างสูญหายตายจากไปหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์หยิบยกเอาความรู้ความสามารถ ความสำเร็จจากการสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา และจากหน้าที่ราชการที่โจทก์ปฏิบัติมาตลอดชีวิตราชการ รวมทั้งการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ภายหลังจากการสอบเป็นเนติบัณฑิต เพื่อสนับสนุนว่าโจทก์มีความรู้โดดเด่นไม่น่าจะได้คะแนนสอบปากเปล่าน้อยกว่า อ. ก็ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังการสอบปากเปล่าเป็นระยะเวลายาวนานเกือบตลอดชีวิตการทำงานของโจทก์ทั้งสิ้น หาใช่ข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วหรือเกิดขึ้นภายในระยะเวลาใกล้เคียงวันเกิดเหตุอันจะเป็นเครื่องชี้หรือบ่งบอกถึงความรู้ความสามารถของโจทก์ในวันที่มีการสอบปากเปล่าไม่ การที่โจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมานานถึง 43 ปี แล้วค่อยขุดคุ้ยเอาความสำเร็จจากหน้าที่ราชการที่ได้ปฏิบัติมาจนเกือบตลอดชีวิตขึ้นกล่าวอ้างเพื่อสนับสนุนคำฟ้องว่าจำเลยดำเนินการสอบปากเปล่าโดยมิชอบเช่นนี้ พฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ปัญหาเรื่องการใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยดำเนินการประกาศขอขมาต่อโจทก์ และประกาศผลการสอบไล่ได้เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 14 ประจำปี 2504 เสียใหม่เป็นว่า โจทก์เป็นผู้สอบไล่ได้เป็นอันดับที่ 1 ไม่ใช่นายอัครวิทย์ โดยให้จำเลยปิดประกาศแผ่นป้ายที่ถาวรไว้ที่สำนักอบรมฯของจำเลย และแก้ไขรายการผลการสอบดังกล่าวในเอกสารต่าง ๆ ด้วย หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติ ก็ขอให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการเสียเองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปความได้ว่า โจทก์ฟ้องเนติบัณฑิตยสภาจำเลยซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาติว่ากระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า ในการสอบข้อเขียนของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาซึ่งเป็นหน่วยงานของจำเลย ในการสอบไล่สมัยที่ 14 ปีการศึกษา พ.ศ.2504 ซึ่งมีผู้เข้าสอบรวม 444 คน สอบผ่านข้อเขียนเพียง 19 คน โจทก์สอบข้อเขียนได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยโจทก์สอบได้คะแนน 254 คะแนน จากคะแนนเต็ม 400 คะแนน ทิ้งห่างคะแนนข้อเขียน 235 คะแนน ของนายอัครวิทย์ ผู้สอบได้เป็นอันดับ 3 ถึง 19 คะแนน แต่มีการสมคบกันทุจริตในการให้คะแนนสอบปากเปล่าขึ้นในระหว่างกรรมการของจำเลยผู้ทำหน้าที่สอบปากเปล่าในลักษณะเตรียมการไว้ล่วงหน้า

อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยความลำเอียงไม่ให้คะแนนตามความรู้ โดยให้คะแนนสอบปากเปล่าแก่นายอัครวิทย์สูงถึง 85 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงที่สุดในรุ่น แต่ให้โจทก์เพียง 65 คะแนน เพราะกรรมการของจำเลยมีเจตนาไม่สุจริตต้องการให้คะแนนนายอัครวิทย์มากกว่าโจทก์ถึง 20 คะแนน เพื่อว่าเมื่อนำไปรวมกับคะแนนสอบข้อเขียนแล้ว นายอัครวิทย์กลับมีคะแนนนำชนะโจทก์อยู่ 1 คะแนน ส่งผลให้นายอัครวิทย์เป็นผู้สอบไล่ได้ที่ 1 ส่วนโจทก์ตกไปอยู่อันดับ 2 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นการเหยียดหยามเกียรติยศศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของโจทก์ ทำให้โจทก์อับอายไม่เป็นที่รู้จักและไม่ได้รับการยกย่องแพร่หลายในฐานะเป็นบุคคลที่เรียนดีที่สุดในยุคนั้น

ขอให้บังคับจำเลยดำเนินการประกาศขอขมาต่อโจทก์ และประกาศผลการสอบไล่ได้เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 14 ประจำปี พ.ศ.2504 เสียใหม่เป็นว่า โจทก์เป็นผู้สอบไล่ได้เป็นอันดับที่ 1 ไม่ใช่นายอัครวิทย์ โดยให้จำเลยปิดประกาศแผ่นป้ายที่ถาวรไว้ที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาของจำเลย และแก้ไขรายการผลการสอบดังกล่าวในเอกสารต่าง ๆ ด้วย หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ขอให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการเสียเองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ดังนี้ เห็นว่า แม้คำฟ้องที่สรุปความดังกล่าวโจทก์จะได้กล่าวแสดงซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง

บัญญัติไว้แล้วก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องเพื่อสนับสนุนให้เห็นว่า กรรมการสอบปากเปล่าของจำเลยสมคบร่วมกันกระทำมิชอบต่อโจทก์โดยบรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่าพระมนูเวทย์วิมลนาท บิดาของนายอัครวิทย์ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ในวันสอบปากเปล่ามีพฤติการณ์ที่แสดงออกว่าได้ร่วมมือกับกรรมการสอบปากเปล่ากระทำการโดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือให้นายอัครวิทย์สอบได้คะแนนรวมชนะโจทก์ 1 คะแนน นั้น หากมีมูลเป็นความจริงดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง โจทก์ก็สมควรที่จะต้องรีบดำเนินการโต้แย้งหรือนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลได้ภายในเวลาอันสมควร เพื่อให้โอกาสแก่จำเลยและบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างพาดพิงถึงทุกคนทุกฝ่ายได้มีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แต่โจทก์ก็หาได้กระทำไม่

กลับปล่อยระยะเวลาให้ล่วงเลยเนิ่นนานมาจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาประมาณ 43 ปี จนบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคนทุกฝ่ายต่างสูญหายตายจากไปจนหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องในตอนต่อมาตามคำฟ้องข้อ 7 ถึงข้อ 14 ตั้งแต่หน้า 10 จนถึงหน้า 20 โดยหยิบยกเอาความรู้ความสามารถและความสำเร็จจากหน้าที่ราชการที่โจทก์ปฏิบัติมาตลอดชีวิตราชการภายหลังจากสอบเป็นเนติบัณฑิตได้ว่า โจทก์ได้รับการคัดเลือกเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ แผนกวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสอบคัดเลือกได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาในปี พ.ศ.2506 ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ของรุ่น โจทก์เป็นผู้พิพากษาคนเดียวที่เป็นกรรมการอุดมการณ์ของชาติ และราชบัณฑิตยสถานคัดเลือกโจทก์ให้เป็นผู้เขียนคำอธิบายลงในสารานุกรมไทยเป็นเวลากว่า 20 ปี

รวมทั้งเป็นกรรมการและประธานกรรมการยูเนสโก (UNESCO) แห่งชาติ สาขาสังคมศาสตร์ด้วย ยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังสามารถสอบชิงทุนฟุลไบร์ทไปศึกษาวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จนสำเร็จปริญญาโททางกฎหมาย (LL.M.) นอกจากนี้ในระหว่างรับราชการเป็นผู้พิพากษาโจทก์ยังได้แสดงให้เห็นถึงความฉลาดหลักแหลม มีความคิดริเริ่มกว้างไกล ได้เสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่ราชการศาลและชาติบ้านเมืองตลอดมาจนครบเกษียณอายุราชการ หลังจากนั้นโจทก์ก็ได้รับเชิญให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความสามารถพิเศษของสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และได้ผลิตตำราวิชากฎหมายหลายสิบเล่มออกสู่วงการศึกษาวิชากฎหมาย เพื่อสนับสนุนข้ออ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้โดดเด่นไม่น่าจะได้คะแนนสอบปากเปล่าน้อยกว่านายอัครวิทย์ถึง 20 คะแนน

นั้น ก็ล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังการสอบปากเปล่าเป็นระยะเวลายาวนานเกือบตลอดชีวิตการทำงานของโจทก์ทั้งสิ้น หาใช่ข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วหรือเกิดขึ้นภายในระยะเวลาใกล้เคียงวันเกิดเหตุที่จะเป็นเครื่องชี้หรือบ่งบอกความรู้ความสามารถของโจทก์ในวันที่มีการสอบปากเปล่าไม่ การที่โจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมานานถึง 43 ปี แล้วจึงค่อยเอาความสำเร็จจากหน้าที่ราชการที่ได้ปฏิบัติมาเนิ่นนานจนเกือบตลอดชีวิตขึ้นกล่าวอ้าง เพื่อสนับสนุนคำฟ้องว่าจำเลยดำเนินการสอบปากเปล่าโดยมิชอบเช่นนี้ พฤติการณ์ส่อว่าโจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 ที่บัญญัติว่า "ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี

บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต" โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ และการใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริตซึ่งทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเช่นนี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) เมื่อผลแห่งคำวินิจฉัยปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริตและไม่มีอำนาจฟ้องเช่นนี้ คดีจึงไม่มีความจำเป็นที่ศาลฎีกาจะต้องรับวินิจฉัยตามประเด็นที่โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขึ้นมาอีกแต่อย่างใด เพราะไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลแห่งคดีได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานิศ เกศวพิทักษ์ · บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย · สิงห์พล ละอองมณี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจุมพล กล้าประเสริฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย วัฒนโยธิน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2507/2548
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2979/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ3524/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้