Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1901/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยประสงค์จะให้เช่าที่ดินมีกำหนดเวลาเกิน 3 ปีจึงระบุในสัญญาว่าจำเลยมอบให้โจทก์ไปจัดการให้จดทะเบียนณ สำนักงานที่ดิน แล้วจำเลยยอมจ่ายค่านายหน้าให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 5% ของเงินดังกล่าวโดยจ่ายให้ในวันจดทะเบียนที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน จึงเป็นสัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อน คือถือการจดทะเบียนการเช่าระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่าที่สำนักงานที่ดินเป็นเงื่อนไขความสำเร็จของการเป็นนายหน้า เมื่อยังมิได้มีการจดทะเบียนการเช่าเพราะผู้เช่าผิดสัญญา ดังนี้ โจทก์ยังไม่มีสิทธิเรียกค่านายหน้าจากจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำฟ้องโจทก์คำให้การจำเลยและที่โจทก์จำเลยแถลงรับว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2523 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาให้โจทก์เป็นนายหน้าหาคนมาเช่าที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 748 ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นเวลา 30 ปี เป็นเงินค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท โดยจำเลยสัญญาจะจ่ายค่านายหน้าให้โจทก์เป็นจำนวนเงินร้อยละ 5 ของเงินค่าเช่า และถ้าได้ค่าเช่าเกินกว่าเดือนละ 3,000 บาทเท่าใด จำเลยยอมยกค่าเช่าที่เกินนั้นให้โจทก์ แต่โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมที่ดินและค่าอากรแสตมป์เอง รายละเอียดปรากฏตามหนังสือสัญญานายหน้า

เอกสารหมาย จ.1 ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม2523 โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเพิ่มเติมฉบับแรกโดยเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาเช่าจาก 30 ปี เป็น 20 ปี หรือ 30 ปี แล้วแต่จะตกลงกันโดยถือว่าสัญญาฉบับแรกนี้ยังไม่ได้เลิก และได้เพิ่มข้อตกลงว่า หากค่าเช่าได้เกินกว่าเดือนละ 3,000 บาทเงินส่วนเกินนี้ต้องแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งได้แก่โจทก์ ส่วนที่สองมอบให้จำเลยส่วนที่สามมอบให้นายรุ่งศักดิ์ สัมปันณา ผู้รับเป็นนายหน้าอีกคนหนึ่ง หากได้ค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท โจทก์ก็มีสิทธิได้ค่านายหน้าร้อยละ 5 ตามสัญญาเดิม และได้เพิ่มเงื่อนไขในการให้เช่าว่าในระยะแรกของการเช่า ผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าก่อน 1 ปี 6 เดือน รายละเอียดแห่งสัญญาปรากฏตามเอกสารหมาย

จ.2 ต่อมาวันที่ 26 ตุลาคม 2523 โจทก์ได้นำนายชูเหลียง แซ่เตียว มาทำสัญญาเช่ากับจำเลยโดยมีนายเอี่ยม ฬุคาม คูหา สามีจำเลยเป็นผู้ให้เช่าร่วมด้วย สัญญามีกำหนด 25 ปี เริ่มแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2523 ค่าเช่าเดือนละ 12,000 บาท ในวันทำสัญญาผู้เช่าได้วางเงินมัดจำให้ไว้แก่ผู้ให้เช่าเป็นเงิน 66,000 บาท รายละเอียดปรากฏตามสัญญาเช่าที่ดินเอกสารหมาย จ.3 จำเลยกับนายชูเหลียง แซ่เตียวยังมิได้ ไปจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และนายชูเหลียงมิได้ชำระค่าเช่าล่วงหน้าตามสัญญา จำเลยจึงได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่นายชูเหลียง ส่วนข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าจำเลยคบคิดกับนายชูเหลียงฉ้อโกงโจทก์นั้นโจทก์แถลงว่าโจทก์ไม่ติดใจแล้วคดีมีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่านายหน้าจากจำเลยหรือไม่ได้พิเคราะห์แล้ว

เห็นว่าตามหนังสือสัญญาแต่งตั้งให้โจทก์เป็นนายหน้าตามเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 3 ได้ระบุความประสงค์ของจำเลยว่าจะให้เช่าที่ดินมีกำหนด 30 ปี และต่อมาได้เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาว่ามีกำหนด 20 ปี หรือ 30 ปี แล้วแต่จะตกลงกัน กำหนดเวลาเช่าดังกล่าวข้างต้นเป็นการเช่าที่มีกำหนดเวลาเกินสามปีซึ่งตามกฎหมายจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากมิได้จดทะเบียนสัญญาเช่าจะมีผลบังคับได้เพียงสามปีเท่านั้นเหตุนี้โจทก์จำเลยจึงได้ระบุข้อตกลงในสัญญาหมาย จ.1 ข้อ 1 ว่า "จำเลยมอบให้นายหน้า (คือโจทก์) ไปจัดการให้จดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน แล้วให้ผู้ให้สัญญา (จำเลย) ยอมจ่ายค่านายหน้าให้แก่นายหน้า (โจทก์) เป็นจำนวนเงิน 5%ของเงินดังกล่าวโดยจ่ายให้ในวันจดทะเบียนที่ดินแปลงนี้

ณ สำนักงานที่ดิน"สัญญาฉบับนี้จึงเป็นสัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อน คือ ถือการจดทะเบียนการเช่าที่ดินระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่าที่สำนักงานที่ดินเป็นเงื่อนไขความสำเร็จของการเป็นนายหน้า มิใช่เพียงหาผู้เช่ามาทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่าเท่านั้น มิฉะนั้นโจทก์จำเลยคงไม่ระบุการจ่ายเงินค่านายหน้าไว้ว่าให้โจทก์ไปจัดการให้มีการจดทะเบียนและจำเลยก็จะจ่ายค่านายหน้าให้โจทก์ในวันจดทะเบียนนั้น เมื่อการเช่าระหว่างนายชูเหลียงกับจำเลยยังมิได้มีการจดทะเบียนเป็นการเช่าตามข้อตกลงการให้ค่านายหน้า โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกเงินค่านายหน้าจากจำเลยเพราะโจทก์ยังมิได้ปฏิบัติให้ครบตามเงื่อนไขในสัญญา ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ได้ทำการเป็นนายหน้าให้จำเลยเป็นผลสำเร็จแล้วมีสิทธิได้รับค่านายหน้าจากจำเลยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความสามศาลให้เป็นเงิน 5,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · พิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้