Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสี่ทำหนังสือเสนอขายที่ดินให้โจทก์ โดยระบุในสัญญาว่าภายใน 180 วัน นับแต่วันทำสัญญา จำเลยทั้งสี่ขอยืนยันไม่เปลี่ยนแปลงราคาที่เสนอขาย และไม่เสนอขายหรือโอนขายให้แก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หนังสือดังกล่าวเป็นคำเสนอจะทำสัญญาอันบ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองซึ่งไม่อาจถอนได้ภายในระยะเวลาที่บ่งไว้ เมื่อโจทก์มีหนังสือนัดโอนที่ดินพิพาทภายในกำหนดตามคำเสนอขายจึงเป็นคำสนองซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลย สัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว การที่จำเลยไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดนัด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ทำหนังสือเสนอขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ โดยระบุในสัญญาว่าภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันทำสัญญาจำเลยทั้งสี่ขอยืนยันไม่เปลี่ยนแปลงราคาที่เสนอขาย และไม่เสนอขายหรือโอนขายให้แก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ต่อมาโจทก์ได้มีหนังสือตอบรับขอซื้อที่ดินพิพาทพร้อมทั้งแจ้งขอนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทณ สำนักงานที่ดิน จำเลยทั้งสี่ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว จึงถือว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทได้เกิดขึ้นแล้ว ครั้นถึงกำหนดวันนัดจำเลยทั้งสี่ไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่รับเงินค่าที่ดินจากโจทก์และให้จำเลยทั้งสี่ทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า

มีนายหน้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินจำเลยทั้งสี่ และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ลงชื่อในแบบพิมพ์ซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความ โจทก์กับพวกกรอกข้อความขึ้นภายหลัง จึงเป็นเอกสารปลอม จำเลยที่ 4 มิได้ลงชื่อในหนังสือเสนอขายที่ดิน คำเสนอขายที่ดินไม่มีข้อกำหนดว่าภายในกำหนด 180 วัน จำเลยทั้งสี่ไม่อาจเพิกถอนข้อเสนอได้ จำเลยทั้งสี่จึงอาจยกเลิกข้อเสนอได้โดยพลันซึ่งต่อมาจำเลยทั้งสี่ได้มีหนังสือถึงโจทก์ยกเลิกข้อเสนอขายที่ดินดังกล่าวแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 รับเงินจำนวน205,500 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 รับเงินจำนวน 378,750 บาท และจำเลยที่ 3 รับเงินจำนวน 129,430 บาท จากโจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 730, 1555 และ755 (เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 3) ให้แก่โจทก์

หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้สำนวนละ 2,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 4 ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ 4 โดยกำหนดค่าทนายความให้3,000 บาทจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ทำหนังสือเสนอขายที่ดินพิพาท ตามเอกสารหมาย จ.14 ถึง จ.16 ให้แก่โจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสือเสนอขายโดยภายใน 180 วัน

นับแต่วันทำหนังสือเสนอขายที่ดินพิพาทจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงราคาที่เสนอขายและไม่เสนอขายหรือโอนขายให้แก่ผู้อื่น เนื่องจากเป็นคำเสนอจะทำสัญญาอันบ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองซึ่งไม่อาจถอนได้ภายในระยะเวลาที่บ่งไว้การถอนคำเสนอของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามเอกสารหมาย จ.36 ถึงจ.38 เป็นการถอนภายในระยะเวลาที่บ่งไว้จึงไม่อาจกระทำได้ เมื่อโจทก์มีหนังสือนัดโอนที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.21 ถึง จ.23ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้ภายในกำหนดตามคำเสนอขาย จึงเป็นคำสนองซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 สัญญาได้เกิดขึ้นเมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว และการที่โจทก์มอบอำนาจให้นายเกษม แจ้งใจ

ไปทำการรับโอนที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.27 ถึง จ.29 กับมอบเช็คให้ชำระราคาที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.30 ถึง จ.34 ซึ่งเช็คดังกล่าวมีเงินในธนาคารเรียกเก็บได้จึงเป็นการที่โจทก์ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทำสัญญาขายที่ดินพิพาทและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กลับไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามนัด จึงเป็นการผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาพิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้